ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.61 อ่อนค่าตามภูมิภาค จับตาเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบแรก

20 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ dsmol19

  • สมาชิกระดับสูง
  • *
  • กระทู้: 8447
ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.61 อ่อนค่าตามภูมิภาค จับตาเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบแรก

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 33.61 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัว อ่อนค่าจากเปิดตลาดเมื่อเช้าที่ระดับ 33.50 บาท/ดอลลาร์

เงินบาทวันนี้ยังคงเคลื่อนไหวตามทิศทางตลาดโลก เนื่องจากดอลลาร์แข็งค่าจากการส่งสัญญาณเร่งปรับขึ้นอัตรา ดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และอัตราบอนด์ยีลด์ที่สูงขึ้น โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 33.50 - 33.65 บาท/ดอลลาร์

"บาทกลับมาอ่อนค่าตามทิศทางตลาดโลกตั้งแต่ช่วงหลังเที่ยง ส่วนผลประชุม ศบค.ที่จะผ่อนคลายมาตรการเพิ่มเติมยัง ไม่มีมติออกมา" นักบริหารเงิน กล่าว

นักบริหารเงินประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันจันทร์ไว้ที่ 33.50 - 33.70 บาท/ดอลลาร์ โดยตลาด จับตาดูการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ซึ่งจะมีการลงคะแนนรอบแรกในวันอาทิตย์นี้ โดยผู้ท้าชิงที่มีนโยบายต้องการแยกตัวออก จากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปมีคะแนนตีตื้นดีขึ้น

ปัจจัยสำคัญ
เงินเยนอยู่ที่ระดับ 124.07 เยน/ดอลลาร์ จากเมื่อเช้าที่ระดับ 123.93 เยน/ดอลลาร์
เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.0870 ดอลลาร์/ยูโร จากเมื่อเช้าที่ระดับ 1.0862 ดอลลาร์/ยูโร
ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,686.00 จุด เพิ่มขึ้น 3.59 จุด, +0.21% มูลค่าการซื้อขาย 70,884.83 ล้านบาท
สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติขายสุทธิ 332.99 ล้านบาท (SET+MAI)
ศบค.เห็นชอบในหลักการปรับมาตรการสำหรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักรประเภท Test & Go, Sandbox และ
Quarantine โดยจะปรับลดการใช้หลักฐานต่างๆ ในการเดินทางเข้าประเทศให้น้อยลง การผ่อนคลายวงเงินประกันสุขภาพ โดย
ขอรอดูสถานการณ์หลังเทศกาลสงกรานต์
คลังเผยยอดใช้จ่ายตามมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ปี 2565 ประกอบด้วย โครงการเพิ่มกำลัง
ซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4, โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 และ
โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 ที่มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม 40.92 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายรวมทั้งหมด 67,705.55 ล้านบาท
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ เผยสิ้นไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2565 (1 ต.ค.64-31 มี.ค.65)
จัดเก็บเงินนำส่งรายได้แผ่นดินจากรัฐวิสาหกิจและกิจการที่กระทรวงการคลังถือหุ้นต่ำกว่า 50% รวมทั้งสิ้นจำนวน 66,372 ล้าน
บาท สูงกว่าประมาณการสะสมจำนวน 8,521 ล้านบาท หรือคิดเป็น 46% ของเป้าหมายการจัดเก็บในปีงบประมาณ 2565 จำนวน
142,800 ล้านบาท
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มี.ค.65 อยู่ที่
ระดับ 42.0 ลดลงจาก 43.3 ในเดือน ก.พ. โดยปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 จากความกังวลต่อสถานการณ์โควิด-19,
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน, เศรษฐกิจชะลอตัว, ค่าครองชีพสูงขึ้น และ กนง.ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจ
ไทยปี 65 ลงเหลือ 3.2% จากเดิมคาด 3.4%, เงินบาทอ่อนค่าลงจากเดือน ก.พ.
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย (TCC-CI) ประจำเดือน มี.ค.65 อยู่ที่ระดับ
35.5 ลดลงจากระดับ 36.1 ในเดือน ก.พ.65 โดยปรับตัวลดลงทุกภาคจากความกังวลเรื่องรายได้ กำลังซื้อหด และสถานการณ์สู้
รบในยูเครน
ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ยังคงมีมุมมองระมัดระวังต่อเศรษฐกิจไทย และยังคงประมาณการการเติบโตของ
เศรษฐกิจไทยในปี 65 เติบโต 3.3% แม้ก่อนหน้านี้ตัวเลขประมาณการของธนาคารจะต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่ปัจจุบันหลาย
สถาบันและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจกำลังปรับลดประมาณการ
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เผยรายงานการประชุมประจำเดือน มี.ค.ระบุว่า สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน
ส่งผลให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจเผชิญกับความไม่แน่นอน และเป็นสาเหตุที่ทำให้ ECB มีความระมัดระวังเรื่องการตัดสินใจที่จะปรับ
ขึ้นอัตราดอกเบี้ย
กระทรวงการคลังญี่ปุ่น เผยมียอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัด 1.6 ล้านล้านเยน (1.32 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ใน
เดือน ก.พ.65 ลดลง 42.5% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนการนำเข้าพลังงานเพิ่มสูงขึ้น
กระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงานของเกาหลีใต้ ตัดสินใจที่จะระบายน้ำมัน 7.23 ล้านบาร์เรลจากคลัง
สำรองน้ำมันดิบทางยุทธศาสตร์ จากก่อนหน้านี้ ได้ให้คำมั่นที่จะระบายน้ำมันสำรอง 4.42 ล้านบาร์เรล เพื่อช่วยลดราคาพลังงานที่
อยู่ในระดับสูงลงท่ามกลางวิกฤติยูเครนที่ยังคงดำเนินต่อไป
รมว.อุตสาหกรรมญี่ปุ่น เผยญี่ปุ่นจะลดการนำเข้าถ่านหินจากรัสเซีย โดยเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย
ร่วมกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม G7 เพื่อตอบโต้ที่รัสเซียบุกโจมตียูเครน
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) เปิดเผยว่า ราคาอาหารโลกปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดใน
เดือนมี.ค. เนื่องจากสงครามระหว่างยูเครนและรัสเซีย ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดธัญพืชและน้ำมันพืช