'บมจ.เจดีฟู้ด' หรือ JDF เทรดวันแรกใน SET เดินหน้าบุก CLMV ดันผลงานโตเด่น

25 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ luktan1479

  • สมาชิกระดับสูง
  • *
  • กระทู้: 7840
'บมจ.เจดีฟู้ด' หรือ JDF เทรดวันแรกใน SET เดินหน้าบุก CLMV ดันผลงานโตเด่น วางเป้าปี 65 รายได้โต 25%

'บมจ.เจดีฟู้ด' หรือ JDF เปิดการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 7 เมษายนนี้ ได้รับการตอบรับจากนักลงทุน พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจเครื่องปรุงรสอัพฐานรายได้และกำไรปี 65 บุกตลาด CLMV หนุนรายได้โต 25%

นายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด กล่าวว่า ความสำเร็จของ JDF ในการเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในศักยภาพการเติบโตของบริษัทฯ และโอกาสจากเทรนด์อุตสาหกรรมด้าน Food Technology เป็นรากฐานด้านปัจจัยสี่ และการบริโภคในประเทศทั่วโลก โดยราคาหุ้น JDF ในวันซื้อขายวันแรกอยู่ที่ 3.20 บาทต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 0.60 บาท หรือ 23% จากราคาจองซื้อ (IPO) 2.60 บาทต่อหุ้น ส่วนราคาปิดตลาดอยู่ที่ 5.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.90 บาท หรือ 111.54% มูลค่าการซื้อขายกว่า 6,771 ล้านบาท ตอกย้ำความเชื่อมั่นนักลงทุน หุ้น Food Technology ที่มีทิศทางการเติบโตต่อเนื่องในอนาคต สนับสนุน JDF เติบโตโดดเด่น

นางสาวรัตนา เอี้ยประเสริฐศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดีฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ JDF กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณทุกความเชื่อมั่นจากนักลงทุน ทำให้การเปิดซื้อขายหุ้น JDF วันแรก ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่น และนับเป็นก้าวแรกสำคัญซึ่งช่วยผลักดัน และสนับสนุนให้บริษัทฯ มีความแข็งแกร่ง โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนจะใช้สนับสนุนแผนการเติบโตของ JDF ในอีก 3-5 ปีจากนี้ ให้เติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับภาพรวมธุรกิจปี 2565 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 25% จากสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดผ่อนคลาย ภาพรวมการบริโภคในประเทศ และการส่งออกคึกคัก ส่งผลให้มีคำสั่งซื้อกลับเข้ามารับความต้องการผู้บริโภคเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งบริษัทฯ มีแผนขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศในกลุ่ม CLMV และลงทุนในระบบเทคโนโลยีและเครื่องจักรเพิ่มเติม เพื่อขยายตลาดใหม่สอดรับเทรนด์อุตสาหกรรมอาหารที่จะเติบโตในอนาคต

สำหรับตลาดในประเทศ JDF จะขยายไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมที่หลากหลายมากขึ้น เช่น ซอส ไส้กรอก เนื้อแปรรูป อาหารทะเล และแป้งทอดกรอบ ซึ่งมีตลาดค่อนข้างใหญ่และโตขึ้นทุกปีสะท้อนว่าเรื่องของ Food Technology ไม่มีทางหยุด และยังมีประเด็นการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เครื่องปรุงรสและอาหารจึงเป็นส่วนสำคัญที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสของ JDF ก้าวสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต

พร้อมกันนั้น บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาและวิจัยนวัตกรรมทางอาหารในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ สินค้าผักและผลไม้อบแห้งรองรับตลาดขนมขบเคี้ยวสาย Healthy Food ที่ใช้เทคโนโลยีการอบ 100% และ อาหารโปรตีนจากพืช (Plant base) รวมถึงต่อยอดกลุ่มสินค้าอาหารกึ่งสำเร็จรูปที่เป็นแบรนด์ของบริษัท เป็นต้น

'บริษัทฯ ขอบคุณในความไว้วางใจของผู้ถือหุ้น และนักลงทุนทุกท่านที่ให้การตอบรับหุ้น JDF ในวันนี้ ในฐานะผู้บริหาร เราจะเดินหน้าสร้างการเติบโตให้ธุรกิจอย่างสุดความสามารถ เพื่อสะท้อนความเชื่อมั่นไปยังผู้ถือหุ้นของเรา' นางสาวรัตนา กล่าวทิ้งท้าย