ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 33.45/48 แนวโน้มแข็งค่า ให้กรอบ 33.30-33.70 จับตาประชุมกนง.สัปดาห์หน้า

23 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ dsmol19

  • สมาชิกระดับสูง
  • *
  • กระทู้: 8447
ภาวะตลาดเงินบาท: เปิด 33.45/48 แนวโน้มแข็งค่า ให้กรอบ 33.30-33.70 จับตาประชุมกนง.สัปดาห์หน้า

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 33.45/48 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่า จากเย็นวานนี้ที่ปิดตลาดที่ระดับ 33.65 บาท/ดอลลาร์

วันนี้เงินบาทคาดว่ายังมีทิศทางที่แข็งค่าต่อ โดยวันนี้อาจจะยังไม่มีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามมาก ยังคงเป็นปัจจัยเดิมจาก สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ขณะที่ปัจจัยในประเทศต้องไปรอสัปดาห์หน้า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบาย การเงิน (กนง.) ว่าจะมีทิศทางเรื่องอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างไร

"วันนี้บาทน่าจะยังไปในทิศทางแข็งค่า เพราะคงไม่ผ่านแนวต้าน ปัจจัยตอนนี้ยังไม่มีอะไรใหม่ ยังเป็นเรื่องสงครามรัส เซีย-ยูเครน ส่วนปัจจัยในประเทศ รอดู กนง.สัปดาห์หน้า" นักบริหารเงินระบุ

นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.30 -33.70 บาท/ดอลลาร์

THAI BAHT FIX 3M (24 มี.ค.) อยู่ที่ระดับ 0.42139% ส่วน THAI BAHT FIX 6M 0.54023%

ปัจจัยสำคัญ
เงินเยนอยู่ที่ระดับ 121.80 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 121.60 เยน/ดอลลาร์
เงินยูโรอยู่ที่ระดับ 1.1000 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.0922 ดอลลาร์/ยูโร
อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของธปท. อยู่ที่ระดับ 33.649 บาท/ดอลลาร์
รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน ด้านการพาณิชย์ (กรอ.
พาณิชย์) ว่า ได้ประเมินผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่มีต่อไทย โดยสิ่งที่น่าห่วงคือ สถานการณ์ที่ไม่นิ่ง และความสับสนในเรื่อง
ของห่วงโซ่การผลิต และการขนส่ง เพราะมีสินค้าทุนบางรายการ ที่ 2 ประเทศเป็นผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่ เกิดการชะงัก เช่น ปุ๋ย ทำ
ให้เกิดภาวะขาดแคลนอีกทั้งยังมีการปิดท่าเรือบางแห่งของยูเครน และต้องเปลี่ยนท่าเรือขนส่งสินค้า ทำให้ห่วงโซ่ผลิตสินค้า การขนส่งปั่น
ป่วน และกระทบต่อการค้าโลก
รมว.คลัง หวังใช้สินทรัพย์ดิจิทัลระดมทุน รับ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ด้านแบงก์ชาติ ระบุสกุลเงิน คริปโทเคอร์เรนซี่
ยังเสี่ยง จำเป็นต้องล้อมรั้วการลงทุน หวั่นเกิดเก็งกำไร เอื้อธุรกิจฟอกเงิน
สศช.-ธปท.-สศค.ประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยไว้ 3 สมมติฐานหลังเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน โอกาสเศรษฐกิจขยายตัว
ยังไม่ต่ำกว่า 3% แต่กังวลราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกจะพุ่งถึง 46 บาทต่อลิตร เงินเฟ้อ
สูงถึง 7%
ผู้บริหารงานวิจัยเศรษฐกิจและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในการสัมมนาในหัวข้อ "เศรษฐกิจชะลอตัวท่ามกลางเงิน
เฟ้อสูง (Stagflation) ในภาวะสงคราม" ว่าเศรษฐกิจโลกกำลังถอยหลัง โดยได้รับผลกระทบจากได้รับผลกระทบจากการระบาดของ
โรคโควิด-19 แล้วซ้ำเติมด้วยสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดภาวะชะลอตัวท่ามกลางเงินเฟ้อสูง
(Stagflation) หมายถึง ของแพงขึ้น ขณะที่รายได้ลดลง สาเหตุหลักมาจากข้อจำกัดทางด้านอุปทาน อีกทั้งมาตรการการคว่ำบาตรจาก
นานาชาติต่อรัสเซียจะทำให้สินค้าขาดแคลนจากตลาดโลกไปอีก
รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ของสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอ
ตต้า) ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะเสนอต่อที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในนัดหมายหลังเทศกาลสงกรานต์ จะให้ในเดือน พ.ค. ผ่อนคลาย
มาตรการเดินทางเข้าราชอาณาจักรเพิ่มเติม ยกเลิกการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ในวันแรกที่เดินทางมาถึงไทย และ
เปลี่ยนมาใช้วิธีการตรวจด้วย ATK โดยสถานพยาบาลรับรองผลการตรวจแทน เมื่อผลตรวจเป็นลบถึงจะสามารถออกเดินทางท่องเที่ยวได้
เริ่มวันที่ 1 พ.ค.2565
ผลสำรวจซึ่งจัดทำโดยเอสแอนด์พี โกล. (S&P Global) ระบุว่า เศรษฐกิจยูโรโซนกำลังถูกกระทบ เนื่องจากอัตรา
เงินเฟ้อที่สูงขึ้นและปัญหาห่วงโซ่อุปทานรอบใหม่ หลังจากการที่รัสเซียบุกโจมตียูเครนทำให้ต้นทุนพลังงานพุ่งขึ้น และส่งผลกระทบต่อแนวโน้ม
การเติบโตของเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเอสแอนด์พี โกล.ทำการสำรวจดังกล่าวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนได้เริ่มส่งผล
กระทบต่อยูโรโซน
กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 28,000 ราย สู่ระดับ 187,000
รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2512 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 212,000
ราย
นักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.5% ในการประชุมครั้งต่อไปใน
เดือนพ.ค. หลังการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในวันนี้ รวมทั้งการแสดงความเห็นของเจ้าหน้าที่เฟดในช่วงที่ผ่านมา
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (24 มี.
ค.) ขานรับการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะเป็นปัจจัยผลักดันให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 2 ในวันพฤหัสบดี (24 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเดินหน้าซื้อ
ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และผลกระทบของการทำสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน
นักลงทุนจับตาการประชุมฉุกเฉินขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ซึ่งเปิดฉากขึ้นเมื่อวานนี้ เพื่อหา
มาตรการตอบโต้รัสเซียจากการที่ส่งกำลังทหารบุกโจมตียูเครน ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ได้เดินทางถึงกรุงบรัสเซลส์
แล้ว และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดของ 3 กลุ่ม ซึ่งได้แก่ การประชุมนาโต, การประชุมกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำทั้ง 7 หรือ G7
และการประชุมสหภาพยุโรป (EU)