BRI เปิด 9 แนวราบใหม่ปี 65 ราว 1.08 หมื่นลบ.รับดีมานด์คึกคัก-มาตรการรัฐหนุน

7 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Thetaiso

  • สมาชิกขาประจำ
  • *
  • กระทู้: 3813
นางศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บริทาเนีย (BRI) เปิดเผยว่า หลังจากที่นำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุน ได้วางเป้าหมายสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่ง จากการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบในช่วงไตรมาส 4/64 และแผนงานทยอยเปิดตัวโครงการอย่างต่อเนื่องในปี 65

จากสถานการณ์ปัจจุบันที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนในไทยและอีกหลายประเทศ โดยสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม ส่งผลให้รัฐบาลตัดสินใจปิดระบบการรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศรายใหม่เป็นการชั่วคราว นำมาสู่ความกังวลว่าอาจเกิดการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง อย่างไรก็ตามปัจจัยดังกล่าวได้ส่งผลเชิงบวกต่อบริษัท และภาพรวมตลาดบ้านจัดสรร ทำให้ผู้บริโภคเกิดความต้องการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบ เช่น บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮมเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีฟังก์ชันการใช้งานภายในที่แบ่งแยกเป็นสัดส่วน มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางกว่าเมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียมในระดับราคาที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งตอบสนองการใช้ชีวิตแบบ New Normal ได้เป็นอย่างดี

ผลเชิงบวกดังกล่าวเห็นได้จากการการจัดแคมเปญ The new era of 6 โดยเปิดจองรอบ VVIP Day บ้านเดี่ยว บ้านแฝดและทาวน์โฮม 6 โครงการใหม่ในไตรมาส 4/64 เมื่อวันที่ 18?19 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่มีลูกค้าเข้าเยี่ยมชมอย่างคึกคักในทุกโครงการและสามารถปิดยอดขายในช่วง 2 วันของการจัดงานได้ถึงกว่า 500 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงดีมานด์ในตลาดบ้านจัดสรรที่แข็งแกร่งและตอบโจทย์วิถีชีวิตแบบ New Normal

นอกจากนี้ คาดว่าภาพรวมตลาดบ้านจัดสรรในปี 65 ยังมีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% และค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยที่มีราคาประเมินและวงเงินจดจำนองไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยจะมีผลบังคับใช้นับจากวันที่ประกาศกฎกระทรวงในราชกิจจานุเบกษา ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 65 ซึ่งจะส่งผลดีต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยในกลุ่มระดับราคาดังกล่าว

"แม้ว่าปัจจุบันเริ่มมีความกังวลกับการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์โอมิครอน จะส่งผลกระทบกับภาพรวมเศรษฐกิจ แต่เรามองว่าเป็นผลเชิงบวกต่อความต้องการซื้อบ้านจัดสรร โดยในปี 65 บริษัทวางแผนเปิดโครงการใหม่อีก 9 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 1.08 หมื่นล้านบาท ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เพื่อตอบสนองดีมานด์ที่อยู่อาศัย" นางศุภลักษณ์ กล่าว