ECF รุกธุรกิจเหมืองคริปโทฯ-เพาะปลูกจัดจำหน่ายพืชผลเกษตรส่งออกหนุนรายได้

6 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ Chigaru

  • สมาชิกขาประจำ
  • *
  • กระทู้: 2944

นายอารักษ์ สุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค (ECF) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2564 เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2564 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัท อีซีเอฟ โฮลดิ้งส์ จำกัด (ECFH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้น 94.44 % เข้าลงทุนในธุรกิจใหม่ หรือธุรกิจเหมืองขุดสกุลเงินดิจิทัล ดังนั้นนอกจากธุรกิจหลักที่ ECFH ดำเนินงานอยู่ในปัจจุบันคือ ผู้จัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ให้กับบริษัทแล้ว จะทำให้มีธุรกิจใหม่เพิ่มเติมคือ ธุรกิจเหมืองขุดสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency mining) โดยมีมูลค่าการเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่ 80 ล้านบาท

และล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 7/2564 เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2564 ได้มีมติพิจารณาอนุมัติการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทย่อยเพิ่มเติม 1 แห่ง เพื่อประกอบธุรกิจการเพาะปลูกและจัดจำหน่ายพืชผลทางการเกษตร โดยพิจารณาประกอบกับมูลค่าการส่งออกพืชผักผลไม้ไทยไปต่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นมากโดยในรอบปี 64 ที่ผ่านมา เติบโตกว่า 80% จะเป็นปัจจัยบวกต่อการเข้าดำเนินธุรกิจดังกล่าวของบริษัทฯ

บริษัทคาดว่าการเข้าลงทุนในสองธุรกิจดังกล่าวเพิ่มเติมจะเป็นโอกาสที่จะสร้างแหล่งที่มาของรายได้ หนุนผลประกอบการของบริษัทให้เติบโตขึ้นได้ในอนาคต โดยการบริหารงานจะคำนึงถึงการเติบโตอย่างมั่นคงและหาทางลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ด้วยความรอบคอบระมัดระวัง เป็นสำคัญ

สำหรับแนวโน้มธุรกิจปี 64 คาดว่าจะเติบโตใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ จากนโยบายการเปิดประเทศ รับนักท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ประกอบกับเป็นช่วงไฮซีซั่นธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ อีกทั้งการขยายตลาดต่างประเทศ มีสัญญาณการเติบโตที่ดีจากกลุ่มลูกค้าใหม่ที่บริษัทขยายฐานการจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ส่งออกไปประเทศอินเดีย และสหรัฐอเมริกา ซึ่งมียอดคำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้จากยอดขายต่างประเทศอยู่ที่ 65% และในประเทศอยู่ที่ 35%

ขณะที่ตลาดในประเทศ กระตุ้นยอดขายผ่านช่องทางจำหน่าย อาทิ ร้านโมเดิร์นเทรดชั้นนำที่มีสาขาทั่วประเทศพร้อมกับแผนการขยายสาขาที่เพิ่มขึ้น พร้อมตั้งเป้าหมายมุ่งเน้นการขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านออนไลน์ โดยล่าสุดเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท บริษัท โซเมว่า พลาซ่า จำกัด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจออนไลน์แพลทฟอร์มและคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายผ่านช่องทางดังกล่าวได้ในไตรมาส 1/65 ซึ่งถือเป็นการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในประเทศ รวมถึงสร้างความหลากหลายของช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับบริษัท