Voice Search กับความท้าทายใหม่ที่นัก SEO ต้องเริ่มปรับตัว

16 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ strategist_cotactic

  • สมาชิกใหม่(แรกเข้า)
  • *
  • กระทู้: 7

Voice Search การค้นหาด้วยเสียง หนึ่งในเทรนด์ใหม่ ที่หลายคนเริ่มคุ้นเคย โดยการที่จะใช้เครื่องมือค้นหาผ่านคำสั่งเสียงแทนการพิมพ์ ฟังก์ชันนี้สามารถใช้ได้ทั้งบน Desktop และการค้นหาบนมือถือ สำหรับวันนี้ Digital Marketing Agency มีคำแนะนำดีสำหรับนัก SEO หรือคนที่กำลังสนใจในเรื่องของ SEO มาฝาก เพราะถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายใหม่ที่ต้องปรับตัว ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงความท้าทายและแนวทางในการรับมือกับ Voice Search กัน

ทำความเข้าใจ Voice Search คืออะไร ?
Voice Search คือการค้นหาด้วยเสียงของ Google ซึ่งในต่างประเทศ Voice Search ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สังเกตได้จากหลายบริษัทที่เปิดตัวฟังก์ชันนี้ เช่น Siri ของ Apple , Alexa ของ Amazon , Cortana ของ Microsoft ฯลฯ จึงทำให้คนเข้าถึงการค้นหาได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยมีการคาดการณ์ไว้ว่ารถยนต์หลายยี่ห้อจะมีฟังก์ชันการจดจำด้วยเสียงหรือการนำเอา Voice Search เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการขับรถ

ซึ่งในไทยเอง Voice Search ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เห็นได้จากเครื่องใช้ภายในบ้านอย่างเช่น ตู้เย็นบางยี่ห้อ หรือโทรทัศน์ สามารถสั่งการค้นการด้วยเสียงได้ และในการใช้ Voice Search ในการค้นหามีอัตราการเติบโตจากกลุ่มผู้ใช้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เชื่อว่า Voice Search จะเข้ามามีบทบาทในการค้นหากับผู้คนทุกเพศทุกวัยและจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคน ซึ่งการพูดและการพิมพ์มีความแตกต่างกัน เรียกว่าเป็นความท้าทายสำหรับนัก SEO ว่าจะปรับตัวและรับมือกับ Voice Search อย่างไร

ทำไม Voice Search ถึงมีผลกระทบต่อ SEO

เนื่องจากการใช้งาน Voice Search มีมากขึ้น และเริ่มมีการนำเทคโนโลยีนี้ไปยังอุปกรณ์อื่นๆ เช่น สมาร์ททีวี สมาร์ทโฮม หรืออุปกรณ์อื่นๆ Digital Marketing Agency ได้มีการหาข้อมูลมา มีการคาดการไว้ว่า Voice Search จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนโดยทั่วไป Google จึงให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาด้วยเสียงมากขึ้น ทำให้นัก SEO จะต้องปรับตัวเพื่อให้รองรับการค้นหาด้วยเสียงและการจัดอันดับเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาข้อมูลที่ดีที่สุดและเร็วที่สุด


แนวทางในการปรับตัวรับมือกับ Voice Search


ใช้ภาษาพูดในการเขียน
การพูดและการพิมพ์มีความแตกต่างกัน ดังนั้นเราควรทำความเข้าใจการค้นหาด้วยคำพูด โดยการศึกษาพฤติกรรมของผู้ค้นหาและทำความเข้าใจ ซึ่งหลักๆแล้ว Voice Search มักจะเป็นภาษาพูดที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ถ้าเราอยากหาร้านอาหารญี่ปุ่น บรรยากาศดี ที่สาทรสักร้าน เราจะพิมพ์ค้นหาว่า “ร้านอาหารญี่ปุ่น สาทร บรรยากาศดี มีที่จอดรถ” หากเราจะใช้ Voice Search เราจะไม่พูดแบบที่เราพิมพ์ข้างต้น แต่เราจะพูดไปในลักษณะที่ว่า “หาร้านอาหารญี่ปุ่นดีๆ มีที่จอดแถวสาทรให้หน่อย”ดังนั้นแล้วเราควรคำนึงและปรับการค้นหาโดยใช้ภาษาพูดในการเขียนมากขึ้น

Longtail Keyword
ในบางครั้งการใช้ภาษาพูดอาจจะไม่กระชับเท่าภาษาที่ใช้เขียน ทำให้การใช้ Voice Search มีข้อความค้นหาจะยาวและมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ดังนั้นนัก SEO ต้องปรับเปลี่ยนการใช้ Keyword โดยใช้ Longtail Keyword มากขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับการค้นหา ซึ่งการใช้ Longtail Keyword มากขึ้นถือเป็นการเพิ่ม Conversion ให้คนคลิกเข้ามา ซึ่ง Digital Marketing Agency อยากจะแนะนำว่า เนื่องจาก Longtail Keyword จะเป็นคำค้นหาที่มีความเฉพาะเจาะจง เวลาที่คนค้นหาแล้วเจอคำค้นหาที่ตรงตามความต้องการเขาจะคลิกเข้าไปนี้จึงทำให้ Longtail Keyword ได้ Conversion มากกว่า Keyword อื่น

การตั้งคำถาม
Voice Search โดยส่วนมากมักจะเป็นการตั้งคำถามอย่าง “ใคร อะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่” ซึ่งในการค้นหาคำเหล่านี้มักต้องการคำตอบที่รวดเร็วและกระชับ ดังนั้น การเตรียมคำตอบให้กับคำถามเหล่านี้เป็นสิ่งที่คนค้นหาต้องการ และสิ่งที่เราควรจะรับมือกับ Voice Search คือการทำความเข้าใจพฤติกรรมและวิธีการค้นหาจากการตั้งคำถามและรวบรวมสิ่งนั้นมาเป็นคำตอบที่ตรงกับความต้องการ

Mobile-Friendly
เนื่องจากคนส่วนมากใช้ Voice Search ผ่าน โทรศัพท์ แท็บเล็ต ดังนั้นควรมีการปรับเว็บไซต์ให้เข้ากับโทรศัพท์หรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ให้มากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงการค้นหาแบบ Voice Search และควรมีการตรวจสอบเว็บไซต์ให้มีความเหมาะสมกับอุปกรณ์เคลื่อนที่เหล่านี้อยู่เสมอๆ

Google My Business
Voice Search ให้ความสำคัญกับ Local Search มากขึ้น รวมถึงหากเราต้องการให้ลูกค้าค้นหาได้ง่ายขึ้น Google My Business ถือเป็นแพลตฟอร์มหนึ่งของ Google ที่จะช่วยทำให้ธุรกิจมีสิทธิ์ในการแสดงผลการค้นหาของในหน้า Google และหน้า Map จาก Voice Search ซึ่งหากมีการค้นหาธุรกิจด้วย Keywords “Near Me”หรือ“ใกล้ฉัน” ก็จะทำให้ธุรกิจเราที่อยู่ใน Google My Business แสดงผลการค้นหาขึ้นมา

การคาดการณ์ในอนาคตสำหรับ Voice Search

ถือเป็นเรื่องน่าสนใจที่ได้เห็นการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อรองรับ Voice Search เชื่อว่าไม่กี่ปีข้างหน้าเครื่องใช้ภายในบ้านทุกอย่างจะเปลี่ยนไป ข้าวของเครื่องใช้หลายๆอย่างจะสามารถสั่งการค้นหาได้ด้วยเสียง ผู้คนจะเข้าถึงการค้นหาด้วยเสียงมากขึ้น และ Voice Search จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คน

ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ Digital Marketing Agency อยากมาแนะนำในการที่จะช่วยให้คุณทราบว่า Voice Search ส่งผลต่อการทำ SEO อย่างไร และจะมีวิธีการและแนวทางในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้ไปในทางไหน การทำ SEO ที่ดี คือต้องเข้าถึงทั้งคนค้นหา และเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของ Algorithm และรู้จักพัฒนาและปรับตัวตามการเปลี่ยนเเปลง