ไฟเซอร์ เปิดตัว ‘แพกซ์โลวิด’ ยารักษาโควิด ประสิทธิภาพ 89% ลดป่วยหนัก-เสียชีวิต

9 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ Shopd2

  • สมาชิกขาประจำ
  • *
  • กระทู้: 3266
ไฟเซอร์ ประกาศความสำเร็จยารักษาโควิด ลดการรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิต ในผู้ป่วยเสี่ยงสูงได้ถึง 89% เตรียมยื่นขออนุมัติใช้ฉุกเฉินในสหรัฐ
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน บลูมเบิร์ก รายงานว่า ไฟเซอร์ อิงค์ ประกาศว่า ยารักษาโควิด-19 ของบริษัท ช่วยลดการรักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงได้ถึง 89% ซึ่งบริษัทคาดว่า ผลลัพธ์ดังกล่าวจะช่วยยกระดับการรักษาโควิดได้ โดยหลังการประกาศข่าวนี้ หุ้นของไฟเซอร์ อิงค์ ถีบตัวสูงขึ้นถึง 11% ในช่วงก่อนเปิดตลาด

ผู้ผลิตยาสัญชาติอเมริกันเผยในแถลงการณ์ว่า บริษัทจะไม่รับผู้ป่วยรายใหม่เพื่อมาเข้าร่วมการทดลองรักษาอีกต่อไป เนื่องจากประสิทธิภาพที่มีอย่างล้นหลามของตัวยา และบริษัทวางแผนที่จะส่งผลการศึกษาไปยังหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐ เพื่อขออนุมัติใช้ฉุกเฉินโดยเร็วที่สุด

ผลลัพธ์ที่ได้ของไฟเซอร์ ทำให้ขณะนี้มีผู้ผลิตยา 2 แห่ง ที่นำเสนอยารักษาผู้ป่วยโควิดในระยะเริ่มต้น โดยเมื่อเดือนที่แล้ว เมอร์ค แอนด์ โค และริดจ์แบ็ก ไบโอเทราพิวติกส์ แอลพี ได้ส่งยาที่กำลังทดลองของพวกเขามายังหน่วยงานของสหรัฐ หลังผลการศึกษาชี้ว่ามันสามารถลดความเสี่ยงจากการป่วยหนักหรือเสียชีวิตลงครึ่งหนึ่งในผู้ป่วยโควิดที่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลาง

ยาเม็ดที่สามารถนำไปกินที่บ้านได้ตั้งแต่เริ่มมีอาการ เป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมวิกฤตโควิดทั่วโลก ในกรณีที่มีการจำหน่ายในวงกว้าง


โฆษกไฟเซอร์กล่าวด้วยว่า หลังยื่นขออนุมัติใช้ในสหรัฐแล้ว อีกไม่นานบริษัทจะยื่นขออนุมัติใช้ไปยังหน่วยงานกำกับดูแลอื่นๆ

ทั้งนี้ ไฟเซอร์ได้ทดลองยาชนิดนี้กับผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนจำนวน 1,219 ราย โดย 5 วันหลังการรักษาด้วยยา พบว่ายาสามารถลดอัตราการเข้าโรงพยาบาลได้มาก เมื่อกินยาหลังจากเริ่มมีอาการภายใน 3 หรือ 5 วัน

ยาที่ชื่อว่า แพกซ์โลวิด (Paxlovid) จะจับตัวกับเอนไซม์ที่เรียกว่า โปรตีเอส เพื่อหยุดยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัส ซึ่งยาสำหรับรักษาเอชไอวีบางชนิดก็ทำงานในลักษณะเดียวกัน






โดยรวมแล้วมีเพียง 0.8% ของผู้ที่เริ่มรักษาภายใน 3 วันหลังมีอาการป่วย ที่ต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครเสียชีวิตจากการทดลองใช้ยานี้ ขณะที่ 7% ของผู้ที่ใช้ยาหลอก มีทั้งที่ต้องเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิต

ส่วนผู้ที่ได้รับยาภายใน 5 วันหลังแสดงอาการ มีผลลัพธ์ใกล้เคียงกันกับผู้ที่ได้รับยาภายใน 3 วันหลังแสดงอาการ