รอความพร้อมผู้ประกอบการ ก่อนคอยล็อคสถานบันเทิง ผับ บาร์คาราโอเกะ

15 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ kaidee20

  • สมาชิกระดับสูง
  • *
  • กระทู้: 6686


วันที่ 31 ต.ค.64 นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันพรุ่งนี้ (1 พฤศจิกายน) จะเป็นวันแรกที่เปิดประเทศรับผู้เดินทางและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งล่าสุด ศบค.ได้ปรับระดับสถานการณ์ย่อยแต่ละพื้นที่เพื่อรองรับการเปิดประเทศ

• ลดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) เหลือ 7 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตาก นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา เนื่องจากยังมีการติดเชื้อสูง โดยยังห้ามออกนอกเคหสถาน เวลา 23.00 - 03.00 น.

• กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งฉีดวัคซีนโควิด 19 ให้ครอบคลุม เพื่อควบคุมโรคและลดการแพร่เชื้อ

• พื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) เพิ่มขึ้นเป็น 38 จังหวัด

• พื้นที่ควบคุม (สีส้ม) 23 จังหวัด

• ปรับลดสถานการณ์โดยกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังสูง (สีเหลือง) 5 จังหวัด ได้แก่ นครพนม น่าน บึงกาฬ มุกดาหาร และสกลนคร เนื่องจากมีการติดเชื้อต่ำ

ADVERTISEMENT


• พื้นที่นำร่องท่องเที่ยว (สีฟ้า) 4 จังหวัด ได้แก่ กทม. กระบี่ พังงา และภูเก็ต เปิดทั้งจังหวัด

• ส่วนอีก 13 จังหวัดที่เหลือเป็นการเปิดเฉพาะบางพื้นที่ ซึ่งจะใช้มาตรการเดียวกับพื้นที่เฝ้าระวัง (สีเขียว)

• พื้นที่สีเหลืองและสีฟ้า กิจการกิจกรรมหลายๆ อย่างสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้เกือบปกติ แต่พื้นที่สีเหลืองยังไม่ได้เปิดให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร

• พื้นที่สีฟ้าแม้จะดื่มในร้านอาหารได้ แต่ได้มอบให้คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครพิจารณาออกแนวทางการให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารอย่างปลอดภัย เพื่อลดการแพร่เชื้อโควิด 19 อย่างไรก็ตาม หากงดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้จะดีที่สุด เนื่องจากเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดการถอดหน้ากาก และทำให้ขาดสติ การป้องกันตนเองลดลง

• สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ อยู่ระหว่างให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อม และจัดทำมาตรการเพื่อรองรับการผ่อนคลายกิจการในระยะถัดไป

“ขอย้ำว่าแม้จะมีการผ่อนคลายกิจการกิจกรรมต่างๆ มากขึ้นในแต่ละพื้นที่ เพื่อเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว แต่สิ่งสำคัญ คือ ยังต้องปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะมาตรการส่วนบุคคล ป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา เว้นระยะห่าง ล้างมือ สวมหน้ากาก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดการติดเชื้อและแพร่เชื้อ แม้จะมีการฉีดวัคซีนโควิด 19 ได้ครอบคลุมสูงขึ้นก็ตาม ส่วนสถานประกอบการต่างๆ ยังต้องเข้มมาตรการ COVID Free Setting เพื่อให้เป็นสถานที่ปลอดโควิด ขอให้ทุกคนร่วมมือกัน เพื่อลดการแพร่ระบาด เปิดประเทศอย่างปลอดภัย เพราะหากหย่อนยานมาตรการ เมื่อมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอาจต้องปิดสถานที่หรือกิจการ ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบและไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย ส่วนมาตรการทางด้านสาธารณสุขยังมีความพร้อม ทั้งการสอบสวนควบคุมโรค การตรวจหาเชื้อ และการรักษาพยาบาล”


ขอบคุณข้อมูลและภาพ เฟซบุ๊ก - โฆษกกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข