ศักดิ์สยาม” ให้สภาธุรกิจยุโรป-อาเซียน ถกความร่วมมือด้านขนส่ง

15 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Jenny937

  • สมาชิกขาประจำ
  • *
  • กระทู้: 2401
รมว.คมนาคม ให้สภาธุรกิจสหภาพยุโรป-อาเซียน หารือความร่วมมือด้านการขนส่ง ลดอุปสรรคการค้าและลงทุน ผ่านระบบการประชุมทางไกล

วันนี้ (6 ต.ค.) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคม ได้ให้ Mr.Martin Hayes รองประธานสภาธุรกิจสหภาพยุโรป-อาเซียน Mr.Jan Eriksson ประธานสมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์ ประจำประเทศไทย และคณะเข้าพบ เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย รวมทั้งการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อลดอุปสรรคการค้าและการลงทุน โดยมี นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ ในวันที่ 6 ตุลาคม ผ่านระบบการประชุมทางไกล

ในการเข้าพบครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมและการพัฒนาโครงข่ายโลจิสติกส์ของไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการเชื่อมต่อห่วงโซ่มูลค่าทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน รวมถึงการดำเนินงานเพื่อรองรับการเดินทางระหว่างประเทศในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ความปลอดภัยด้านคมนาคม การขนส่งที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในการนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้กล่าวถึงเป้าหมายและความมุ่งมั่นของกระทรวงคมนาคมที่จะขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านแนวนโยบายการปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นศูนย์ การสนับสนุนและส่งเสริมในภาคอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดในภาคการขนส่งครอบคลุม ทางถนน ทางรางและทางน้ำ รวมทั้งนโยบายในการแก้ปัญหาการจราจร ทั้งการพัฒนาระบบ M-Flow

การเร่งรัดการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงคมนาคม ซึ่งมีเป้าหมายหลักในการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เสริมสร้างความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน เพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและยั่งยืน และนำไปสู่ “การสร้างใหม่ให้ดีกว่าเดิม” โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมกันนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะจัดตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อหารือในการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนต่อไป