ประธานภาคโครงการหัวหิน รีชาร์ท ยันพร้อมเปิดเมือง 1 ต.ค.นี้

11 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Cindy700

  • สมาชิกระดับสูง
  • *
  • กระทู้: 5959


นายกรด โรจนเสถียร ประธานโครงการหัวหิน รีชาร์จภาคเอกชน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หัวหินเมืองท่องเที่ยวตากอากาศระดับนานาชาติเป็นพื้นที่นำร่องเฟส 2 เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางท่องเที่ยวโดยไม่กักตัวอย่างปลอดภัยในพื้นที่ควบคุมภายในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน 86 ตารางกิโลเมตร (ตร.กม.) ขณะนี้มีความพร้อมที่จะเปิดในวันที่ 1 ต.ค. นี้

เนื่องจากฉีดวัคซีนได้ตามเป้าหมายเกิน 80 % ของจำนวนประชากร ขณะที่มาตรฐานตามเอกสารคู่มือการปฏิบัติงานหรือ SOP ได้ร่วมกับดำเนินการกับภาครัฐ หลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการ ขณะนี้มีการทำแผนมาตรการต่างๆใกล้เสร็จสิ้น คาดว่าในเดือนกันยายน นี้ จะมีคู่มือการทำงานที่ชัดเจน จากนั้นจะนำเสนอ ศบค.ส่วนกลางรับทราบ

นายกรด กล่าวว่า มาตรการที่เน้นการเปิดเมืองหัวหินจะต้องมีความสมดุลระหว่างความปลอดภัยและความสมดุลกับภาวะเศรษฐกิจ เพื่อการท่องเที่ยวยุคใหม่ เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาต้องมีแผนรองรับ ไม่ว่าจะเดินทางผ่านสนามบินสุวรรณภูมิหรือสนามบินหัวหิน หลังจากผ่านการตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR สามารถเข้าพักในโรงแรมที่ได้มาตรฐาน SHA และ SHA+ โดยรอผลตรวจในห้องพัก หากผลตรวจเป็นลบก็สามารถท่องเที่ยวนำพื้นที่ 86. ตร.กม.ขณะเดียวกันยังมีการทำแผนเพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ เพื่อกระจายรายได้ให้ชุมชน หลังจากมีการผลตรวจ RT-PCR ยืนยันอีก 2 ครั้ง หากผลตรวจเป็นลบก็ให้เดินทางออกนอกพื้นที่ได้ ตามแผนงานที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)กำหนด

“ ต้องสร้างมาตรฐาน SHA และ SHA+ ในโรงแรมที่มีกว่า 5,000 ห้อง พร้อมรับนักท่องเที่ยว โดยมีแผนจะนำนักท่องเที่ยวไปในพื้นที่อื่นที่มีความปลอดภัย สำหรับการสร้างการมีส่วนร่วมได้ทำประชาพิจารณ์กับผู้นำชุมชนในเขตเทศบาลหัวหินแล้ว เสียงสวนใหญ่เห็นด้วยกับการเปิดเมืองแต่ต้องมีความปลอดภัย นอกจากนั้นมีเสียงเรียกร้องให้ขยายพื้นที่เปิดเมืองในพื้นที่ใกล้เคียง แต่มีปัญหาจากการฉีดวัคซีนยังไม่ครอบคลุมเป้าหมาย ทำให้มีการเสนอขอวัคซีนฉีดเพิ่มนอกเขตเทศบาลหัวหินให้ครอบคลุมทั้งจังหวัดอีก 110,000 โดส เพื่อให้ทุกอำเภอเปิดรับนักท่องเที่ยวได้ในเฟสต่อไป”

นายกรด กล่าวอีกว่า สำหรับข้อกังวลกลัวมีปัญหาจะซ้ำรอยเหมือนภูเก็ตแซนด์บอกซ์ ขอเรียนว่าโควิด 19 มีการกลายพันธุ์ แต่การเปิดเมือง เป็นการเรียนรู้ที่จะเดินไปข้างหน้า การเปิดภูเก็ตแซนด์บอกซ์ ถือเป็นความกล้าหาญ ผู้เกี่ยวข้องมีวิสัยทัศน์ที่จะแสวงหาประสบการณ์ในการทำงาน หากอยู่นิ่ง ขณะที่โลกของการท่องเที่ยว พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนรูปแบบไปแล้ว เชื่อว่าหลังจากนี้ไปการท่องเที่ยวต้องเซต ซีโร่แล้วกลับมามองการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ มีการเรียนรู้ในสิ่งต่างๆทำให้สามารถแก้ปัญหาผลกระทบหรือฝ่าฝันวิกฤตไปพร้อมกันได้

ก่อนที่จะมั่นใจว่าเปิดเมืองแล้วไม่มีปัญหา สิ่งสำคัญก็คือต้องเรียนรู้ควบคู่กันไป ระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่เจอโควิด เชื่อว่าหลายฝ่ายได้เรียนรู้และมีประสบการณ์จากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ในธุรกิจท่องเที่ยวจากการจำกัดจำนวนคน จำนวนพื้นที่ เพื่อป้องกันความเสี่ยง มีการกำหนดมาตรการเสริมเพื่อป้องกันโรค เชื่อว่าทุกประเทศจะต้องแข่งขัน ต้องพยายามผลักกันเพื่อนำนักท่องเที่ยวกลับคืนมาให้ได้ เพื่อผลดีทางเศรษฐกิจ ขณะที่หัวหินรายได้หลัก 90%ของประชาการมาจากภาคการท่องเที่ยวและบริการ ทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกันคิด ช่วยกันทำดีกว่าอยู่นิ่งเฉย รอเพียงโชคชะตากำหนด

" ส่วนรายได้ที่วางเป้าไว้ 1,200 ล้านบาท ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้หลังเปิดเมืองหัวหิน คือธงที่ต้องไปให้ถึง โดยกำหนดให้มีนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ชอบสิ่งแวดล้อมที่ดี แสวงหาวัฒนธรรมพื้นเมือง จะต้องอยู่ในพื้นที่ยาวนานมากขึ้น ก่อนเปิดเมืองมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรับฟังเสียงสะท้อนจากทุกฝ่าย แม้ว่าเสียงใหญ่เห็นด้วย แต่มีอีกบางส่วนที่คัดค้านก็ต้องเปิดใจรับฟัง พร้อมทำความเข้าใจ เสียงสะท้อนจากทุกภาคส่วน จะเป็นสิ่งที่ทำให้ทุกฝ่ายต้องระวังในการเดินไปข้างหน้า ต้องดูว่ามาตรการตามคู่มือที่กำหนดเพียงพอหรือไม่ในทางปฏิบัติ ควรเสริมมาตรการใด เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องใหม่ ดีกว่าการอยู่เฉยโดยไม่สู้ เศรษฐกิจในพื้นที่ก็จะทรุดไปเรื่อยๆ หลังจากมีโรงแรมที่หัวหินเปิดบริการเพียง 50 กว่าแห่งจากจำนวนมากกว่า 200 แห่ง"