รู้จัก “วัดสร้อยทอง” วัดชื่อดังที่มี 2 พส พระนักเทศน์ชื่อดัง

23 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Chigaru

  • สมาชิกขาประจำ
  • *
  • กระทู้: 2184


นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก 2 พส หรือ 2 พระสงฆ์ “พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต” และ “พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ” พระนักเทศน์ชื่อดังขวัญใจชาวโซเชียลจาก “วัดสร้อยทอง พระอารามหลวง” หลังจากเป็นกระแสโด่งดังในโลกออนไลน์ ที่ออกมาเผยแผ่หลักธรรมคำสอนผ่านการไลฟ์เฟซบุ๊กให้พุทธศาสนิกชนทั้งคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่เข้าใจง่าย ครั้งนี้จึงพาทุกคนมารู้จักกับ “วัดสร้อยทอง พระอารามหลวง” แห่งนี้กัน

เดิม “วัดสร้อยทอง” มีชื่อ "วัดซ่อนทอง" เป็นวัดเก่ามีมานาน สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ.2394 ซึ่งไม่ทราบนามและประวัติของผู้สร้าง แต่สันนิษฐานว่าคงเป็นผู้ที่สืบเชื้อสายมาจาก เจ้าพระยาศรีพิพัฒน์ (แพ บุนนาค) ในสมัยรัชกาลที่ ๔


จากข้อมูลของ “วัดสร้อยทอง” ยังมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า “ท้าวอู่ทอง” เป็นหัวหน้าอพยพหนีภัยสงคราม ได้นำทองคำจำนวนมากมาด้วย เมื่อเดินทางสู่แม่น้ำเจ้าพระยา แต่มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น จึงต้องนำทองคำจำนวนมากนั้นฝังไว้บริเวณที่ตั้งวัด ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อมาเป็น “วัดสร้อยทอง”


ภายใน “วัดสร้อยทอง” มีปูชนียวัตถุที่สำคัญคือ พระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะทองเหลือง นามว่า “หลวงพ่อเหลือ” ตั้งอยู่ในพระวิหารหลวงพ่อเหลือ โดยพระพุทธรูปองค์นี้สร้างขึ้นจากโลหะที่เหลือจากการหล่อพระประธาน ในปี พ.ศ. 2445 ภายในเกศของหลวงพ่อบรรจุพระธาตุของพระอรหันต์ 5 พระองค์


ต่อมาในปี พ.ศ. 2484 ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 บริเวณที่ตั้งวัดอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ เป็นผลให้หลายส่วนของวัดได้รับความเสียหายจากแรงระเบิด แต่ปรากฏว่า หลวงพ่อเหลือ กลับไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด จึงได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากชาวบ้านมาโดยตลอด

นอกจาก “หลวงพ่อเหลือ” ที่ตั้งอยู่ภายในพระวิหารหลวงพ่อเหลือแล้ว ภายในวัดสร้อยทองยังมี “พระมหาธาตุเจดีย์ศรีสร้อยทอง” เป็นเจดีย์องค์ใหญ่สีเหลืองทองอร่ามงดงาม สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2548 เมื่อเข้าไปด้านในพระเจดีย์จะมีพระพุทธรูปให้กราบไหว้ขอพระ และหากเดินขึ้นไปชั้นบนจะมีพระบรมสารีริกธาตุ ส่วนพระเกศาธาตุ ประดิษฐานอยู่ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของชาวบ้าน พุทธศานิกชน ต่างแวะเวียนมาสักการะกราบไหว้ เพื่อความเป็นสิริมงคลอยู่เป็นประจำ


ส่วนด้านนอกของรอบพระเจดีย์ สามารถเดินออกไปชมความสวยงาม ชมวิวทิวทัศน์บรรยากาศโดยรอบของวัดแห่งนี้ได้ หรือจะเดินวนขวารอบพระเจดีย์เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต


บริเวณที่ท่าน้ำวัดสร้อยทอง ยังสามารถให้อาหารปลา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปลาสวายที่มาแหวกว่ายรอกินอาหารจากผู้ใจบุญทั้งหลาย นอกจากจะได้มาทำบุญ ไหว้พระ ขอพร กันแล้ว ยังได้มาทำทานโดยการให้อาหารปลาที่ท่าน้ำอีกด้วย

ปัจจุบันวัดสร้อยทอง เป็นวัดที่มีสำนักเรียนพระปริยัติธรรมแผนกขนาดใหญ่ มีความโดดเด่นในด้านการเรียนการสอนนักธรรม-บาลี โดยในแต่ละปีมีผู้สอบได้แผนกธรรมและแผนกบาลี ติดอันดับต้นๆ ของประเทศไทย


วัดสร้อยทอง พระอารามหลวง ตั้งอยู่ที่ 1319 ถนนประชาราษฎร์สาย 1 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ เปิดให้เข้าชม เวลา 08.00 - 15.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-2912-7553