‘ห้าง-ศูนย์การค้า’ลั่นพื้นที่ปลอดโควิด! ‘เข้มป้องกัน-โหมแคมเปญ’ปลุกเชื่อมั่น

23 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Beer625

  • สมาชิกระดับสูง
  • *
  • กระทู้: 6704


อมร อมรกุล ผู้จัดการใหญ่สายปฏิบัติการ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เดอะมอลล์ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา ดิ เอ็มโพเรียม ดิ เอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ เปิดบริการภายใต้การปฏิบัติตามมาตรการของ ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) อย่างเคร่งครัด โดยจะต้องลงทะเบียนสถานประกอบการ เพื่อปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยของกรมอนามัยตามหลักเกณฑ์ THAI STOP COVIDPLUS (TSC+) อีกทั้งยกระดับมาตรการความปลอดภัยเชิงรุกขั้นสูงสุด ตามกรอบแนวทาง 7 มาตรการของสมาคมค้าปลีกไทย และคณะกรรมการกลุ่มการค้าปลีกและบริการ หอการค้าไทย เพื่อความปลอดภัยสำหรับลูกค้า

โดยเปิดให้บริการศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าตามปกติ รวมทั้งเปิดให้บริการร้านอาหาร โดยให้นั่งทานได้ 50% (งดจำหน่ายและดื่มสุราในร้าน) ร้านเสริมสวย ร้านตัดผมเปิดให้บริการไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อคน ต้องมีการนัดหมายก่อนเข้าใช้บริการ ร้านนวด เปิดเฉพาะนวดเท้า คลินิกเสริมความงามต้องมีการนัดหมายก่อนเข้าใช้บริการ โดยเปิดให้บริการตามปกติ 1 ก.ย. เป็นต้นไป และเปิดให้บริการได้ถึงเวลา 20.00 น.

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ตั้งเป้าเป็นศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าปลอดโรคติดเชื้อโควิด-19!!

ด้วยการเพิ่มความมั่นใจในมาตรการปลอดโควิด-19 ของพนักงาน โดยกำหนดให้พนักงานทุกคนทั้งส่วนห้างสรรพสินค้า ผู้แทนขาย พนักงานร้านค้า และพนักงานเอาท์ซอสต์ กว่า 10,000 คนที่จะกลับเข้าปฏิบัติงานในวันแรกต้องผ่านการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยANTIGEN TEST KIT (ATK)  หรือมีผลตรวจโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ไม่เกิน 7 วัน นับจากวันที่เข้าพื้นที่ นอกจากนี้พนักงานทุกคนต้องได้การฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อย 

พนักงานทุกคนจะอยู่ภายใต้มาตรการการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด โดยจะมีการคัดกรองด้วยประเมินสุขภาพตามแนวหลักการ THAI SAFE THAI และสุ่มตรวจด้วยการตรวจ ATK ทุกสัปดาห์ ควบคู่กับการปฏิบัติงานภายใต้มาตรการ UNIVERSAL PREVENTION เพื่อความปลอดภัยของตนเองและลูกค้าสูงสุด

สำหรับมาตรการสาธารณสุขเชิงรุกในพื้นที่ครบทุกมิติ ก่อนเปิดให้บริการทุกศูนย์การค้าในเครือได้ทำ “บิ๊กคลีนนิ่ง” อบฆ่าเชื้อระบบปรับอากาศส่วนกลางด้วยรังสี UV ติดตั้ง GUARD SHIELD ที่เคาน์เตอร์ต่าง ๆ ติดตั้ง TABLE SHIELD บนโต๊ะอาหาร มีบริการตู้อบฆ่าเชื้อ UV-C STERILIZING สำหรับอบฆ่าเชื้อสินค้าให้ลูกค้า พร้อมสร้างความมั่นใจในการใช้บริการด้วยการสร้างสังคมไร้สัมผัสทุกรูปแบบ 

ทั้งนี้ กรอบแนวทางของสมาคมผู้ค้าปลีกไทยและคณะกรรมการกลุ่มการค้าปลีกและบริการ หอการค้าไทย ประกอบด้วย ผู้เข้ามาใช้บริการปฏิบัติตาม D-M-H-T-T (DISTANCING- MASK WEARING- HAND WASHING- TEMPERATURE-TESTING) พร้อมคัดกรองตัวเองผ่าน THAI SAFE THAI (TST) และแสดงให้ผู้รับบริการก่อนเข้าสถานประกอบการ

ควบคุมจำนวนพนักงานและลูกค้า 1 คน ต่อ 5 ตร.ม. ในสถานประกอบการ (กรมอนามัยใช้หลักเกณฑ์ 1ต่อ4 ตร.ม.) กำหนดให้มีการจองการเข้ารับบริการผ่านแอพพลิเคชั่น หรือ โทรศัพท์ หรือรับบัตรคิวล่วงหน้าในทุกธุรกิจของการบริการ เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดบริเวณจุดสัมผัสสูงอย่างน้อยทุก 1 ชั่วโมง 

พร้อมกันนี้ เพื่อฟื้นฟูและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเดอะมอลล์ยังผนึกพันธมิตรธุรกิจ ซัพพลายเออร์ แบรนด์ และ ผู้ประกอบการร้านค้า จัดบิ๊กแคมเปญ “SHOPPING MUST GO ON #จะช้อปต้องได้ช้อป” ลดสูงสุด80%ช้อปทุกชั้น ทั้งห้างฯ รับคืนรวมสูงสุด 3,000บาท รวมช่องทางออนไลน์ MONLINE.COM และ GOURMETMARKETTHAILAND.COM, M CHAT & SHOPและCALL TO ORDERหรือเลือกรับสิทธิ์ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” รับ E-Voucher ภาครัฐสูงสุด 7,000 บาท ถึง 28 ก.ย.


ทางด้าน ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัลเฟสติวัล, เซ็นทรัล ภูเก็ต และ เซ็นทรัล วิลเลจ ลักชูรี่เอาต์เล็ต กล่าวว่า ได้ประกาศใช้มาตรการยกระดับเข้มข้นสูงสุด “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+”  พร้อมเปิดให้บริการศูนย์การค้าเซ็นทรัล 21 สาขาในพื้นที่เข้มงวดสูงสุด  ได้แก่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล, ชลบุรี, ระยอง, นครราชสีมา และหาดใหญ่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“เซ็นทรัลพัฒนา สร้างมาตรฐานใหม่ New Normal พร้อมยกระดับมาตรการ ปรับปรุงตามสถานการณ์ เพื่อให้ศูนย์การค้าเป็นพื้นที่ปลอดภัย หรือ COVID-FREE สำหรับประชาชน เป็นต้นแบบมาตรการยกระดับเข้มข้นสูงสุด การเปิดศูนย์การค้าภายใต้นโยบายที่ภาครัฐควบคุมดูแลจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและประเทศให้เดินหน้า ซึ่งเราหวังว่าสถานการณ์ในประเทศจะค่อยๆ คลี่คลาย พร้อมฟื้นตัวช่วงปลายปี”

โดยมาตรการ “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ Safe Plus+” เน้นย้ำเป็นพิเศษในการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคล รวมไปถึงให้พนักงานให้บริการมีการฉีดวัคซีน ตรวจคัดกรองวันแรก 100% และต่อเนื่องทุกสัปดาห์ กักตัวอย่างเป็นระบบ เว้นระยะห่าง สะอาดปลอดภัยตลอดเวลาทุกวัน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้เช่าร้านค้า และพนักงานภายในศูนย์การค้า ที่พร้อมให้ความร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการอย่างเต็มที่ รวมถึงการประเมินร้านค้าผ่าน Thai Stop Covid Plus พนักงานประเมินตนเองผ่าน Thai Safe Thai ทุกวัน ตามขั้นตอนของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อตอกย้ำความมั่นใจให้แก่ผู้มาใช้บริการ

ขณะที่ ศูนย์การค้าเมกาบางนาและผู้เช่ากว่า 600 ร้านค้า พร้อมใจกันขานรับมาตรการคลายล็อกของภาครัฐ ด้วยการส่งมอบโปรโมชั่น และสิทธิพิเศษสุดคุ้ม เพื่อต้อนรับการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ภายใต้การดำเนินงานตามมาตรการด้านสุขอนามัยที่เข้มข้นทุกพื้นที่ เน้นย้ำการดำเนินการด้านความสะอาดตามที่กรมควบคุมโรคและกระทรวงสาธารณสุขแนะนำไว้ และส่งมอบบริการที่สะดวก สบายใจและปลอดภัยให้กับลูกค้า

พลินี คงชาญศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์การค้าเมกาบางนา กล่าวว่า  ร้านค้าเกือบ 100% ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไขของภาครัฐ สามารถเปิดให้บริการได้พร้อมกลับมาเปิดให้บริการ ยกเว้นร้านค้าบางกลุ่มที่ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้จากการผ่อนคลายมาตรการในครั้งนี้ ได้แก่ ฟิตเนส สปา โรงภาพยนตร์ และสถาบันกวดวิชา รวมไปถึงเครื่องเล่น สนามเด็กเล่น ร้านเกมส์

ร้านค้าที่กลับมาเปิดให้บริการในทุกกลุ่ม จะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่กรมควบคุมโรคแนะนำไว้อย่างเคร่งครัด โดยยึดหลัก Covid-Free Setting Protocol ที่ครอบคลุมทุกส่วน ทั้งพนักงานร้านค้า เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน การดูแลความสะอาดในพื้นที่ส่วนกลางของศูนย์ฯ และมาตรการสำหรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ พร้อมแคมเปญการตลาด Welcome Back-We’ve missed You ให้สิทธิประโยชน์จากการชอปปิงกับลูกค้าที่คิดถึงเมกาบางนา ได้กลับมาชอปกันอย่างคุ้มค่า และได้รับประสบการณ์ที่ดีและปลอดภัยกลับไปด้วย

สิ่งสำคัญที่สุดในการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง คือการเตรียมความพร้อมด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ คือ Customer Touchpoints ที่ถือเป็นจุดสำคัญซึ่งจะทำให้ลูกค้าของเมกาบางนาเกิดความมั่นใจและสบายใจ เมื่อเลือกมาชอปปิงที่นี่

“การผ่อนคลายมาตรการในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยให้ผู้เช่าและร้านค้าต่าง ๆ ของศูนย์ฯ กลับมาดำเนินธุรกิจได้อีกครั้ง เมกาบางนาจึงดำเนินการทุกอย่างเพื่อเตรียมความพร้อมทุกส่วนเพื่อเป็นอีกแรงขับเคลื่อนให้ทุกคนผ่านวิกฤติการณ์นี้ไปได้อย่างดีที่สุด” 

ทางด้าน รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด และ บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า แม้จะมีความท้าทายหลายอย่างเกิดขึ้น แต่เซ็นทรัลและโรบินสันพร้อมปรับกลยุทธ์อย่างรวดเร็ว นำเสนอ สินค้า บริการ ช่องทางการขาย และโปรโมชั่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบรับทุกความต้องการของลูกค้าตามสถานการณ์ต่างๆ รอบด้านที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

โค้งสุดท้ายปีนี้ พร้อมจัดโปรโมชั่นที่จะสร้างสีสันให้กับตลาดค้าปลีกในช่วงแคมเปญใหญ่ “ดับเบิ้ลดิจิท” เริ่มที่ “Central/Robinson 9.9 Mega Festival” โดยนำจุดแข็งของห้างที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ มีสินค้า และบริการที่หลากหลายครบครัน ผสานเข้ากับช่องทางการชอปปิงทุกแพลตฟอร์ม ทั้งออนไลน์ และบริการพิเศษของห้างตอบโจทย์อินไซต์ของนักช้อปทุกกลุ่มที่มีความถนัดต่างกัน! บางคนชอบแชท ชอบโทร หรือชอบมาสัมผัสสินค้าที่ห้าง 

โดย “Central/Robinson 9.9 Mega Festival” ห้างเซ็นทรัล และโรบินสัน ได้ฉีกวิธีการสื่อสารใหม่ นำคอนเซปต์ Shoppertainment มาเป็นกลยุทธ์หลัก โดยใช้ความสนุกสนานจากภาพยนตร์โฆษณา นำไปสู่การสร้างความจดจำในแคมเปญ ภายใต้ธีม#จังหวะนี้ต้องช้อป และสร้างให้เกิดกระแสในกลุ่มนักช้อป รวมถึง วงการดิจิทัล มาร์เกตติ้ง คิกออฟโปรโมชั่น เดือน ก.ย. ต้อนรับวันที่ 9 เดือน 9 ที่มาในคอนเซ็ปต์ "ทำเพลงไม่โอ แต่โปรน่าช้อป" พร้อมภาพยนตร์โฆษณาตัวแรกกับความสนุกของการร้องเพลงประจำแคมเปญที่ไม่ซ้ำแบบใคร ที่จะเป็นคลิปไวรัลบนโลกออนไลน์ พร้อมโปรโมทผ่านสื่อทุกรูปแบบ รวมถึง KOL, Influencer ที่จะมีชาเลนจ์สนุกๆ ในแอพ TikTok 

"เราจุดกระแสก่อนเซลใหญ่ด้วยกิจกรรม “9.9 MEGA Live Show” โดยได้ดาราหน้าใสที่มาแรงสุดๆ อย่างเก้า-นพเก้า ที่มีผลงานจากเรื่อง นับสิบจะจูบ มาร่วมเอ็นเตอร์เทนมอบความสนุกในทุกการช้อป สร้างการรับรู้ของโปรโมชั่นในวงกว้างผ่านไลฟ์สดทางเฟซบุ๊ก Central/Robinson Department Store พร้อมดันแฮชแท็ก#CENTRAL99xKao ติดเทรนด์ออนไลน์ วันที่8 ก.ย. เวลา 18.00 น."