วิธีป้องกันมะเร็งปากมดลูกด้วยการฉีดวัคซีน HPV

49 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ nanasee

  • สมาชิกทั่วไป
  • *
  • กระทู้: 207

                     มะเร็งปากมดลูกนั้นเกิดขึ้นมาจากการติดเชื้อฮิวแมนแพปพิลโลมา ไวรัสหรือเชื้อเอชพีวีกลุ่มความเสี่ยงสูง ได้แก่ สายพันธุ์ 16, 18, 31, 33, 35, 39, 41, 42, 45, 52, 55, 58, 66 และ 68 ซึ่งสายพันธุ์ที่ดุร้ายที่สุดคือ 16 และ 18 เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกถึงร้อยละ 70-80 การที่ร่างกายจะติดเชื้อเอชพีวีได้ต้องมีบาดแผลเล็ก ๆ บริเวณเยื่อบุผิวที่ปากมดลูก ปากช่องคลอด รอบทวารหนัก หรือปลายองคชาติ โดยในทางป้องกันสามารถทำได้หลายวิธีหนึ่งในนั้นคือการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูก หรือวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก นอกจากฉีดวัคซีนแล้วยังมีวิธีป้องกันแบบอื่น ๆ อีกดังนี้

1.  ฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกป้องกันการติดเชื้อเอชพีวี ร่วมกับใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์
2. หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร คู่นอนหลายคน สูบบุหรี่ โรคติดเชื้อเอชไอวี
3. ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก อย่างสม่ำเสมอเพราะมะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มแรกนั้นไม่มีอาการแต่สามารถตรวจพบได้ด้วยการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกพร้อมการตรวจภายในประจำปี
4. เมื่อพบเซลล์ผิดปกติ หรือตรวจพบรอยโรคก่อนเป็นมะเร็งต้องรับการรักษาและตรวจติดตามอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดมะเร็งปากมดลูกในอนาคต

                 นอกจากการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีแล้ว เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดควรทำร่วมกับการตรวจคัดกรองเป็นประจำ โดยวิธีการตรวจมีทั้งหมด 3 วิธี คือ 1.การตรวจ Pap smear 2.การตรวจ ThinPrep 3.การตรวจ ThinPrep + HPV DNA Test วิธีนี้เป็นการตรวจที่มีความแม่นยำสูงที่สุด เพราะเป็นการตรวจหาเซลล์มะเร็งปากมดลูกร่วมกับการตรวจดีเอ็นเอของเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูก ซึ่งหากตรวจแล้วไม่พบว่ามีการติดเชื้อ ก็สามารถมั่นใจได้ถึง 99% เลยทีเดียว นอกเหนือจากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้แล้วก็อย่าลืมใส่ใจและดูแลตนเองในด้านต่าง ๆ ให้ดีด้วย อย่างเช่น การเลือกทานอาหาร เพราะมันก็มีอาหารอยู่หลายชนิดที่สามารถช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ ยังไงก็อย่าลืมลองหามาทานกันบ้างนะคะเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณเองค่ะ

#วัคซีนมะเร็งปากมดลูก