พฤกษาดึงแลนด์ลอร์ดร่วมทุนผุดแนวราบลดต้นทุนสู้วิกฤติ

14 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ Chigaru

  • สมาชิกขาประจำ
  • *
  • กระทู้: 2148


นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์โควิดส่งผลกระทบภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง รวมทั้งมาตรการคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อ (แอลทีวี) กำลังซื้อที่ถดถอยของลูกค้า ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวต่อเนื่อง แม้ว่าภาพรวมครึ่งปีแรกตลาดอสังหาฯ ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ยอดขายโต 16% คิดเป็นมูลค่า 149,481 ล้านบาท มาจากทาวน์เฮ้าส์ 34,972 ล้านบาท เติบโต 7% บ้านเดี่ยว 62,719 ล้านบาท เติบโต 36% และคอนโดมิเนียม 49,682 ล้านบาท เติบโต 4% เป็นผลมาจากการที่คนหันมาซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบมากขึ้น โดยเฉพาะระดับกลางและบน
ทิศทางดังกล่าวทำให้บริษัททดลองโมเดลเทิร์นคีย์ ด้วยการร่วมเจ้าของที่มาร่วมพัฒนาโครงการแนวราบในรูปแบบของทาวน์โฮมภายใต้แบรนด์ “เดอะ คอนเน็กซ์” บนทำเลย่านรามอินทรา ซึ่งเป็นไพรม์ไทม์เพื่อลดเสี่ยงความเสี่ยงช่วงวิกฤติโควิดที่มีความไม่แน่นอนสูง เพื่อความต้องการลูกค้าที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยแนวราบมากขึ้น คาดว่าจะสามารถเปิดตัวได้ต้นปีหน้า ขณะเดียวกันบริษัทชะลอแผนการร่วมทุนกับกลุ่มทุนญี่ปุ่น ที่ต้องการลงทุนคอนโดมิเนียมออกไปก่อน เนื่องจากสถานการณ์ไม่เอื้อต่องการลงทุน

สำหรับแผนงานครึ่งปีหลัง เตรียมเปิด 15 โครงการ มูลค่า 17,838 ล้านบาทตามเป้าหมายเดิม ซึ่งหลังจากมีการปลดล็อกดาวน์แคมป์คนงานก่อสร้าง บริษัทกลับมาเร่งงานก่อสร้างภายใต้มาตรการ “บับเบิล แอนด์ ซีล” ซึ่งในครึ่งปีหลังมีคอนโดมิเนียมที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างจำนวน 7 โครงการ จะทยอยส่งมอบในปีนี้ ทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้ายอดขายและรายได้ที่วางไว้ 32,000 ล้านบาท โดยเน้นเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้าผ่านทางออนไลน์ให้ครอบคลุมทุกช่องทาง ควบคู่กับการออกแคมเปญให้ตรงกับความต้องการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดจัดแคมเปญ “โปรแรงขั้นสุด ชีวิตสนุกกว่า” ให้ลูกค้าอยู่ฟรีสูงสุด 36 เดือน ฟรีค่าส่วนกลางสูดสุด 36 เดือน ฟรีค่าใช้จ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ และส่วนลดต่าง ๆ พร้อมรับแพ็กเกจสัญญาณอินเทอร์เน็ตบ้านเอไอเอส ไฟเบอร์ และ AIS PLAY ส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตในบ้าน

“ครึ่งปีหลังเรายังคงเปิดตัวโครงการใหม่ตามเป้าหมาย โดยเลือกเซ็กเมนต์และระดับราคาที่คาดว่ายังมีความต้องการซื้อ และลูกค้ามีกำลังซื้อ 2 กลุ่มหลัก ระดับราคา 1-3 ล้านบาทส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียม และแนวราบ ราคา 5-20 ล้านบาท”

แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัวจากวิกฤติโควิด-19 แต่ที่อยู่อาศัยยังคงเป็น 1 ในปัจจัย 4 พื้นฐานสำคัญ และตลาดยังมีดีมานด์อย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาพฤกษามีการปรับตัวเน้นการใช้ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งเพิ่มมากขึ้น พร้อมจัดแคมเปญส่งเสริมตลาดให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ที่เปลี่ยนไป ทำให้ยังคงรักษาการเติบโตได้ดี

โดยผลประกอบการไตรมาส 2 เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำยอดขาย 7,225 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106% ทำรายได้ 6,334 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% มีกำไรสุทธิ 427 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% สามารถลดสินค้าคงค้าง (Inventory) ลงไปได้ถึง 58% พร้อมทั้งเปิดตัว 9 โครงการใหม่ ทำให้ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2564 มียอดขายรวม 14,165 ล้านบาท เติบโต 48% มีรายได้ใกล้เคียงช่วงเดียวกันของปี 2563 ที่ 13,222 ล้านบาท มีกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 1,034 ล้านบาท โดยเปิดโครงการใหม่ในครึ่งปีแรกไปแล้ว 14 โครงการ มูลค่า 8,792 ล้านบาท สูงว่าตลาดที่โต 16% คาดว่าภาพรวมปี 2564 ตลาดอสังหาฯ ปีนี้โต 5%