3 โบรกคาดหุ้นไทยรีบาวด์สั้น จับตาโควิด-ลดดอกเบี้ย กดดัชนี

14 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ Beer625

  • สมาชิกระดับสูง
  • *
  • กระทู้: 6051


ความเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยวานนี้ (9 ส.ค.2564) ปิดที่ 1,540.19 จุด เพิ่มขึ้น 18.47 จุด หรือเพิ่มขึ้น 1.21% และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 69,892.57 ล้านบาท โดยเป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ระหว่างวันมีจุดสูงสุดที่ 1,543.71 จุด และต่ำสุดที่ 1,525.29 จุดทั้งนี้ กองทุนซื้อสุทธิ 2,381.82 ล้านบาท ส่วนรายย่อยในประเทศขายสุทธิ 1,848.46 ล้านบาท ต่างชาติ 436.05 ล้านบาท และบัญชีหลักทรัพย์ 97.31 ล้านบาท

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์กิม​เอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยวานนี้ได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าและกลุ่มธนาคาร รวมถึงกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่ (บิ๊กแคป) ที่ราคายังปรับขึ้นช้ากว่าตลาด (แลกการ์ด) อีกทั้งยังได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อกลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเศรษฐกิจ (Reopening Play) ตอบรับจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันที่ปรับตัวลงเล็กน้อย ทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศที่เคลื่อนไหวในแดนบวก และกระแสข่าวการเปิดประเทศตามเป้าหมาย 120 วัน


อย่างไรก็ดี คาดว่าเป็นการฟื้นตัวระยะสั้นเท่านั้น หลังจากที่ดัชนีปรับลงทดสอบแนวรับ 1,515 จุด และคาดว่าระยะกลาง-ยาวดัชนียังมีโอกาสหลุดแนวรับดังกล่าวได้ โดยประเมินกรอบดัชนีครึ่งหลังของปี 2564 ระหว่าง 1,460-1,580 จุดเพราะยังต้องติดตามการรายงานกำไรของบริษัทจดทะเบียนงวดไตรมาส 2 ปี 2564 และมาตรการของภาครัฐ อีกทั้งยังมีความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันในปัจจุบันอาจไม่สะท้อนสถานการณ์ที่แท้จริง จากการตรวจหาเชื้อที่อยู่ในระดับต่ำและอัตราการติดเชื้อต่อการตรวจที่เร่งตัวขึ้น

“ดังนั้น การลงทุนจึงแนะนำตั้งรับมากกว่าซื้อไล่ราคา โดยแนะนำกลุ่มส่งออกที่ราคาหุ้นมีโอกาสไปต่อและได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า ได้แก่ TU GFPT และ EPG”

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า แม้กรณีฐานคาดว่าสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศจะคลี่คลายลงได้ในเดือน ส.ค. อย่างไรก็ดี การลงทุนยังต้องเลือกลงทุนรายตัว (Selective Buy) เช่นเดิม โดยแนะนำซื้อกลุ่มหุ้นปลอดภัย (Defensive Play) ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า กลุ่มสื่อสาร และกลุ่มโรงพยาบาล ADVANC BCPG BGRIM และ BDMS กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า STA NER NYT GFPT และ FORTH รวมถึงกลุ่มแลกการ์ด KBANK CPALL และ SCC ทั้งนี้ เพราะมองกลุ่ม Reopening Play ที่ฟื้นตัวขึ้นวานนี้ยังมีความเสี่ยงผันผวนจากกำไรที่ถูกผลกระทบโควิด-19

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยเสี่ยงที่รออยู่ในระยะข้างหน้า แต่มองเป็นโอกาสของการลงทุน โดยแนะนำแบ่งเงินซื้อหุ้นในช่วงที่ดัชนีเคลื่อนไหวหลุดแนวรับ 1,500 จุด และเข้าซื้ออีกครั้งบริเวณแนวรับ 1,490-1,460 จุด ตามลำดับ โดยแนะนำหุ้นบิ๊กแคปที่พื้นฐานดี และมีแนวโน้มกำไรเติบโต ได้แก่ ADVANC KCE SAT BDMS GULF GPSC CRC TIDLOR และ AMATA