อายุยืนยาวแถมต้านมะเร็งได้ เพียงกินผักผลไม้วันละ 8 ขีด

6 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ health108

  • สมาชิกใหม่(แรกเข้า)
  • *
  • กระทู้: 2
ทีมนักวิจัย จากมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอน พบวิธีต้านมะเร็ง หากว่า ใน 1 วัน กินผักและผลไม้ให้ได้ 8 ส่วน หรือ 800 กรัม และช่วยให้อายุขัยของคนยาวนานมากขึ้น โดยผักและผลไม้ 1 ส่วนนั้น เท่ากับ 80 กรัม หรือกล้วยหอม 1 ลูก เท่าลูกแพร์ 1 ลูก หรือผักโขม 3 ช้อนชา

ทีมนักวิจัยได้ข้อสรุปดังกล่าว โดยเก็บรวบรวมข้อมูลงานวิจัยจำนวน 95 ชิ้น ที่ได้ศึกษาถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหารของคนประมาณ 2 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งงานวิจัยยังชี้แนะด้วยว่า การกินผักและผลไม้แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม แต่มีประโยชน์ต่อร่างกายมหาศาล ยิ่งกินมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

ผักผลไม้ที่หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด มีสรรพคุณต้านมะเร็งและโรคหัวใจ

นอกจากนี้ ผลการวิจัยดังกล่าวยังพบอีกว่า การกินผักที่มีสีเขียว เช่น “ผักโขม” และผักที่มีสีเหลืองเช่น “พริกหยวก” หรือจะเป็นผักตระกูลกะหล่ำอย่าง “กะหล่ำดอก” ก็ได้เช่นกัน ซึ่งที่กล่าวมานี้ มีสรรพคุณช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งได้

ขณะที่ผักใบเขียวช่วยต้านโรคมะเร็งเหมือนที่ https://www.bim100apco.com/ ได้ระบุไว้แล้ว การกินผลไม้ก็มีคุณประโยชน์ไม่แพ้กัน โดยเฉพาะผลไม้ยอดนิยมอย่างแอปเปิล ลูกแพร์ ไปจนถึงผลไม้ตระกูลส้ม หรือจำพวกผักสลัด และผักกะหล่ำ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดตีบหรือแตกได้

นอกจากต้านมะเร็งและหลอดเลือดหัวใจแล้ว ยังช่วยให้มีชีวิตยืนยาวด้วย

ผลงานวิจัยชิ้นนี้ ที่ถูกเผยแพร่ลงในวารสารระบาดวิทยา (Journal of Epidemiology) ยังได้ประเมินถึงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่ทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร โดยทำการเปรียบเทียบกับผู้คน ที่ในแต่ละวันจะไม่กินผักและผลไม้ชนิดใด ๆ เลย กับผู้ที่กินผักและผลไม้เป็นประจำ

ผลปรากฏว่า การกินผักและผลไม้ให้ได้วันละ 200 กรัม จะช่วยลดการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ 13% และสามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งได้ 4% ส่วนการกินผักและผลไม้วันละ 800 กรัมต่อวัน ก็จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ถึง 28% และลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้ 13% เลยทีเดียว

ขณะเดียวกัน การกินผักและผลไม้ให้ได้วันละ 200 กรัม ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรลงได้ 15% ส่วนการกินผักและผลไม้ให้ได้วันละ 800 กรัม ก็จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรลงได้ถึง 31%