จะเลือกซื้อเครื่องปั่นน้ำผลไม้ทั้งทีถ้าอยากได้ของดีต้องเลือกยังไง ?

24 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ nanasee

  • สมาชิกทั่วไป
  • *
  • กระทู้: 158

            เครื่องดื่มน้ำผัก ผลไม้นั้น อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย จึงทำให้เป็นที่นิยมกันมากในหมู่ผู้ที่รักในสุขภาพ และที่สำคัญยังทำง่ายสามารถทำทานได้ด้วยตนเอง ซึ่งข้อดีของการทำน้ำผัก ผลไม้ ทานเองนั้นคือคุณสามารถเลือกวัตถุดิบทั้งผักและผลไม้ได้เอง นั่นจึงมั่นใจได้ว่าเราจะได้ของสด สะอาด และปลอดภัยอย่างแน่นอน นอกจากประโยชน์ที่ได้รับแล้วยังสามารถสร้างสรรค์เมนูน้ำผัก ผลไม้ต่าง ๆ ได้หลากหลายยิ่งขึ้น ยิ่งในยุคสมัยนี้ที่แต่ละแบรนด์ต่างพัฒนาเครื่องปั่นให้มีฟังก์ชันใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็น โถกระบอกปั่นที่พร้อมดื่ม และพกพาง่าย หรือเพิ่มเทคโนโลยีที่สามารถช่วยปั่นน้ำแข็งก้อนให้ละเอียดได้มากขึ้น ทำให้เราได้น้ำผลไม้ที่เนียนละเอียดน่าทาน เพราะแบบนี้จึงทำให้การเลือกเครื่องปั่นน้ำผลไม้ในการนำมาใช้งานจึงเป็นเรื่องที่สำคัญที่เราควรที่จะต้องใส่ใจโดยควรเลือกเครื่องปั่นน้ำผลไม้ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

            การเลือกซื้อเครื่องปั่นน้ำผลไม้

1.Lifestyle
ก่อนอื่นเราต้องดูความต้องการของเราก่อนนะคะ ว่าเรานั้นต้องการเครื่องปั่นไปใช้ในการทำอะไร
เครื่องปั่นนั้นจะมีอยู่สองแบบ คือแบบที่ไม่ใหญ่แต่เน้นไปในเรื่องของความความรวดเร็ว และสะดวกสบายในการพกพา และแบบขนาดใหญ่การใช้งานครบครันแต่ใช้งานได้แค่อยู่ในครัว
•   แบบแก้ว ซึ่งก็จะเหมาะกับการทำน้ำผลไม้ปั่นสดเป็นหลัก ปั่นแล้วดื่มได้ทันที โดยบางรุ่นมีฝาปิดสามารถพกเป็นกระบอกน้ำได้เลยก็ยังได้
•   แบบมือจับ คือเครื่องปั่นหรือบดที่เรานำไปปั่นในภาชนะของเราได้เลยโดยไม่ต้องใส่โถ สะดวกต่อการพกพา และสามารถปั่นในภาชนะที่เล็กหรือใหญ่ขึ้นได้
•   เครื่องปั่นแบบมาตรฐาน เหมาะสำหรับคุณแม่บ้านที่ต้องการเครื่องปั่นสำหรับงานครัว ก็ควรเลือกเป็น เครื่องปั่นแบบมาตรฐาน โดยปั่นได้ทีละจำนวนมาก ๆ และหลากหลายต่อความต้องการค่ะ

2. ฟังก์ชันการใช้งาน และกำลังในการปั่น
เราควรเลือกเครื่องปั่นที่มีฟังก์ชันครบตามที่เราต้องการ
มีระบบ Low – High สามารถปรับความเร็วและความแรงของเครื่องปั่นได้
Ice Breaker สำหรับปั่นน้ำแข็ง สมูทตี้ , Stir สำหรับกวน หรือคน , Puree สำหรับบดละเอียด , Crumb สำหรับบดหยาบ ๆ พวกแครกเกอร์ ทำขนมเป็นต้นค่ะ
Blend  สำหรับปั่น
ส่วนวิธีสังเกตกำลังไฟของเครื่องปั่น ส่วนมากจะอยู่ที่ฐานของเครื่องปั่นหรือตามกล่อง โดยจะมีสัญลักษณ์ W บอกอยู่ค่ะ ซึ่งเครื่องปั่นนั้นกำลังไฟไม่ควรต่ำกว่า 200 W แต่หากนำไปประกอบอาชีพควรมีกำลังปั่นอย่างน้อย 600 W ขึ้นไป แต่ถ้าขายดี เกินวันละ 100 แก้วก็ควรเป็น 1,000 W ขึ้นไปเลยค่ะ เพราะถ้ากำลังปั่นน้อยแต่เราใช้งานหนักมากเกินไป มอเตอร์อาจจะไหม้ หรือเสื่อมสมรรถภาพลงได้เร็วค่ะ

3. วัสดุอุปกรณ์
การเลือกของทุกอย่างเราอย่ามองข้ามเรื่องวัสดุอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็นโถปั่น ใบมีด ก็ควรเป็นวัสดุที่ดี มีคุณภาพ และทนทาน

        แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีเครื่องปั่นน้ำผลไม้หลายยี่ห้อที่มีราคาถูกคุณสมบัติเวอร์วัง แต่พอนำมาใช้จริงกลับกลายเป็นว่าปั่นไม่ละเอียด ปั่นไม่แรง เพื่อไม่ให้เป็นการเสียความรู้สึกในการนำมาใช้งาน เราควรเลือกเครื่องปั่นที่มาจากผู้ผลิตที่มีคุณภาพ ราคาอาจจะสูงหน่อย แต่ไม่ทำให้เสียความรู้สึกในการใช้งานจริงก็จัดว่าเป็นอะไรที่คุ้มค่าแล้วค่ะ

#เครื่องปั่นน้ำผลไม้