รู้หรือไม่? ผู้หญิง "ไข่เสื่อม" ได้ตั้งแต่เกิด สาเหตุภาวะ "มีบุตรยาก"

5 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ hellowriter

  • สมาชิกใหม่(แรกเข้า)
  • *
  • กระทู้: 1

“ลูก” คือสิ่งที่จะเข้ามาเติมเต็มความเป็นครอบครัวมากขึ้น แต่ในยุคสมัยที่ความมั่นคงเป็นเรื่องสำคัญ คู่รักยุคใหม่จึงต้องการความพร้อมในหลายด้านก่อนที่จะเริ่มต้นการมีลูกอย่างจริงจัง แนวโน้มการมีลูกจึงอยู่ในช่วงอายุที่มากขึ้น แต่ทราบหรือไม่ว่า “เซลล์ไข่” เซลล์สืบพันธุ์ตัวสำคัญในเพศหญิงนั้น เสื่อมลงทุกวัน

ทำไม “ผู้หญิง” ถึงไข่เสื่อมได้ตั้งแต่เกิด?
นพ.เสฐียรพงศ์ จารุสินธนากร แพทย์ผู้ชำนาญการด้านสูตินรีเวช เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล ระบุว่า เซลล์ไข่ของเพศหญิง จะมีการผลิตตัวตั้งแต่เราอยู่ในครรภ์เพียง 5 เดือนเท่านั้น และมีปริมาณมากถึง 5-7 ล้านใบ จากนั้นจำนวนไข่จะลดลงเรื่อยๆ จนเมื่อเราคลอดออกมาจะเหลือเซลล์ไข่เพียง 1-2 ล้านใบเท่านั้น ในการดำเนินชีวิตไปแต่ละวันเซลล์ไข่จะเสื่อมลดไปเองตามธรรมชาติ กระทั่งเข้าสู่ช่วงวัยสาวที่มีประจำเดือนพร้อมตกไข่ จะเหลือจำนวนไข่ที่ใช้การได้เพียง 400,000 ใบเท่านั้น และ 400,000 ใบที่ว่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมดที่จะมีคุณภาพดีพอสำหรับการตั้งครรภ์

ซึ่งอายุที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลโดยตรงต่อการมีบุตรยาก โดยเฉพาะผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป แม้จำนวนไข่จะเหลือพอที่นำมาใช้ปฏิสนธิได้ แต่ภาวะการเจริญพันธุ์จะลดลง ความสมบูรณ์ของโครโมโซมที่อยู่ในเซลล์ไข่ก็เช่นกัน อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการท้องนอกมดลูก และการแท้งมากกว่าปกติ เนื่องจากอายุที่มากขึ้นจะทำให้โครโมโซมของไข่มีความผิดปกติ

วิธีรักษาคุณภาพของเซลล์ไข่ เมื่ออายุมากขึ้น
ในคู่ที่มีความต้องการอย่างจริงจังที่จะตั้งครรภ์แม้จะมีอายุมากแล้ว ควรปฏิบัติตัวดังนี้

- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงมีความพร้อม

- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

- ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินมาตรฐาน

- งดบริโภคเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ และไม่สูบบุหรี่

- สิ่งสำคัญที่สุดคือการพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจความพร้อมของร่างกาย และปรึกษาถึงแนวทางที่จะนำไปสู่การตั้งครรภ์

แน่นอนว่าเมื่ออายุมากขึ้น การปฏิสนธิแบบธรรมชาติแล้วจะประสบความสำเร็จก็เป็นเรื่องยากตามไปด้วย ดังนั้นเทคโนโลยี “การทำ IVF และ ICSI” จึงเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสำคัญและได้รับความนิยมอย่างมากในการแก้ปัญหามีบุตรยาก จากปัญหาความพร้อมของบุคคล และความพร้อมของร่างกายสวนทางกัน โดย IVF และ ICSI เป็นกระบวนการนำเอาไข่และอสุจิที่ถูกคัดเลือกแล้วมาปฏิสนธิภายนอกก่อนนำกลับเข้าไปในมดลูก เพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการท้องมากกว่าการปฏิสนธิแบบธรรมชาติ



โดยตามหลักวิชาการแล้วช่วงอายุ 20 ต้นๆ เป็นช่วงวัยที่เหมาะกับการตั้งครรภ์มากที่สุด แต่แน่นอนว่านอกจากความมั่นคงทางร่างกายแล้ว ปัจจัยรอบตัวก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้น สาวๆ ทั้งหลายสามารถเลือกที่จะเก็บไข่ในช่วงวัยที่เหมาะสมที่สุดไว้ได้ เมื่อพร้อมเมื่อไหร่ก็สามารถมีน้องได้ทันที ด้วยการ “ฝากไข่”

การฝากไข่ คืออะไร?
Egg Freezing หรือการฝากไข่ คือ การนำเซลล์ไข่ของฝ่ายหญิงมาเก็บแช่แข็งไว้ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ เมื่อพร้อมเป็นคุณแม่เมื่อไหร่ ก็สามารถนำเซลล์ไปละลายและปฏิสนธิต่อได้ ซึ่งประโยชน์ของการฝากไข่มีดังนี้

- ลดความเสี่ยงที่ทารกจะมีความผิดปกติ เพราะอายุที่มากขึ้นเซลล์ไข่เองก็จะมีการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ดังนั้น หากเลือกปฏิสนธิตอนอายุมากแล้ว นอกจากจะท้องยาก ยังสร้างความเสี่ยงต่อเด็กที่จะเกิดมาด้วย

- ปลอดภัย และได้ผลกว่า 80% การเก็บไข่เป็นวิธีการที่ปลอดภัยมาก ๆ เพราะไม่ได้ไปเบียดเบียนส่วนอื่นของร่างกาย เพียงแค่นำเอาไข่ที่จะต้องสูญเสียในทุกรอบเดือนมาเก็บรักษาไว้  ทั้งยังไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด เพราะแพทย์จะทำการกระตุ้นให้มีการผลิตไข่เพียง 10-12 วันเท่านั้น จากนั้นจะเก็บไข่ผ่านทางช่องคลอด และนำไปคัดเพื่อหาไข่ที่มีความสมบูรณ์ เก็บแช่แข็งในอุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส

แม้ว่าวันนี้สาวโสดส่วนใหญ่จะยังไม่คิดถึงการมีลูก แต่ในอนาคตใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเราบ้าง หากเจอคนถูกใจแต่ร่างกายไม่พร้อมก็คงเป็นเรื่องน่าเศร้า ดังนั้น หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที เพราะการฝากไข่เปรียบเสมือนการซื้อประกัน ที่ผลตอบรับที่ได้ในอนาคตคือเจ้าตัวน้อยที่เป็นของขวัญชิ้นสำคัญของคุณและคนที่คุณรัก

ขอบคุณข้อมูลจาก นพ.เสฐียรพงศ์ จารุสินธนากร แพทย์ผู้ชำนาญการด้านสูตินรีเวช เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์และการผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล