ยาปรับฮอร์โมน 3 ชนิด ตัวช่วยเรื่องผิวพรรณ

17 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ muthita

  • สมาชิกใหม่
  • *
  • กระทู้: 61
หากเอ่ยถึง ยาสำหรับปรับฮอร์โมน เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนน่าจะนึกถึงคุณสมบัติในการเป็นตัวยาที่ช่วยคุมกำเนิดเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่บอกเลยนะคะว่าแท้จริงแล้วยาชนิดนี้ยังส่งผลดีด้านอื่น ๆ ต่อร่างกายอีกด้วย โดยเฉพาะการเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาผิวพรรณของคุณผู้หญิง โดยมีทั้งสิ้น 3 ชนิด แต่ละประเภทต่างมีสารประกอบที่แตกต่างกันและให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอีกด้วย แต่ตัวยาทั้ง 3 ชนิดจะมีจุดเด่นอย่างไรบ้างนั้น เราจะพาสาว ๆ ไปทำความรู้จักแต่ละตัวยากันให้มากขึ้นค่ะ




- ชนิดที่ 1 ee20d
เริ่มต้นที่ตัวยาชนิดแรก บอกเลยว่าตัวยานี้โดดเด่นตรงที่ให้ผลข้างเคียงต่อร่างกายน้อยที่สุดค่ะ ดังนั้น จึงเหมาะสมสำหรับใครที่เพิ่ง เริ่มกินยาคุมครั้งแรก คุณสมบัติสำคัญคือสามารถใช้เป็นยาคุมกำเนิดได้และยังช่วยลดอาการเหวี่ยงวีนช่วงก่อนเป็นประจำเดือนได้ดีเลยทีเดียวค่ะ รวมถึงช่วยลดอาการปวดประจำเดือน ลดปัญหาผิวเพราะผิวหน้ามันน้อยลง นอกจากนี้สาว ๆ คนไหนที่กลัวว่ารับประทานแล้วหุ่นจะบวมฉุก็สบายใจได้เลยนะคะ เพราะมีสารประกอบดรอสไพรีโนน ทำให้ไร้ปัญหาบวมน้ำไปเลยค่ะ

- ชนิดที่ 2 ee30d
อีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับสาว ๆ ที่จะรับประทาน ยาปรับฮอร์โมน แต่กลัวว่าจะมีผลข้างเคียงค่ะ โดยตัวยา ee30d คือตัวอย่างที่ให้ผลข้างเคียงต่อร่างกายค่อนข้างน้อย คุณสมบัติจะคล้ายกับตัวยา ee20d เลยค่ะ เพราะใช้ในการคุมกำเนิดก็ได้ ยาคุมไม่อ้วน (อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.cosmenet.in.th/cosme-intrend/39753) ไม่ทำให้บวมน้ำ รวมถึงใครที่เป็นสิวก็ยิ้มได้ เพราะปัญหาสิวจะลดน้อยลงค่ะ เนื่องจากผิวหนังผลิตน้ำมันออกมาน้อยลงนั่นเอง ที่สำคัญปัญหาผมมันเยิ้มก็จะลดลงอีกด้วยนะคะ

- ชนิดที่ 3 ee35c
ตัวยาชนิดสุดท้ายที่มาพร้อมคุณสมบัติดี ๆ เพื่อผิวสาวค่ะ โดยตัวยา ee35c นอกจากจะช่วยในการคุมกำเนิดและรักษาปัญหาสิวได้แล้ว ยังมีสารประกอบ ไซโปรเตอโรน อะซิเตท ที่ช่วยต้านฮอร์โมนเพศชายได้อีกด้วยค่ะ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่มีปัญหาฮอร์โมนเพศชายในร่างกายสูง จนทำให้มีหนวด ขนดก และหน้ามันมาก จนเกิดเป็นความไม่มั่นใจเมื่อต้องพบปะผู้คน ที่สำคัญยังช่วยลดภาวะถุงน้ำในรังไข่หลายใบอีกด้วยนะคะ

แม้ว่า ยาปรับฮอร์โมน ทั้ง 3 ชนิดจะมีประโยชน์มากมายสำหรับร่างกายและผิวพรรณ แต่ถึงอย่างนั้นสาว ๆ ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อนเสมอ เพราะในระยะยาวตัวยานี้อาจส่งผลให้ร่างกายมีความเสี่ยงเกิดโรคต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น เช่น โรคมะเร็งเต้านม โรคเส้นเลือดสมองอุดตันหรือโรคหัวใจ เป็นต้น ที่สำคัญระหว่างรับประทานยาชนิดนี้ อย่าลืมสังเกตอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นด้วยนะคะ เพื่อให้ร่างกายปลอดภัยไว้ก่อน นอกจากนี้ก็ควรศึกษาให้ดีว่า วิธีกินยาคุมแบบ 28 เม็ด และ 21 เม็ดแตกต่างกันอย่างไร ก่อนที่จะเลือกใช้