อัตราดอกเบี้ยแบบ mrr และ mlr คืออะไร ทำไมถึงควรรู้

44 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ unyana

  • สมาชิกทั่วไป
  • *
  • กระทู้: 443
ในยุคที่บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้พากันปรับลดราคาบ้าน รวมไปถึงต่างพากันงัดโปรโมชั่นต่าง ๆ ออกมามากมายเพื่อจูงใจคนซื้อโครงการบ้านจัดสรร เพื่อเป็นการเร่งการระบายสินค้าในตลาด ซึ่งถือได้ว่าเป็นจังหวะเวลาที่ดีสำหรับคนซื้อ ที่จะสามารถเลือกโครงการบ้านที่ต้องการได้ในราคาที่ต่ำกว่าช่วงปกติ โดยเฉพาะโครงการบ้านใหม่ที่ตั้งอยู่บนทำเลดี ๆ มีดีไซน์ของบ้านที่ดูทันสมัยและมาพร้อมนวัตกรรมต่าง ๆ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิต
   นอกจากราคาของบ้านจัดสรรที่เอื้อต่อคนที่จะซื้อในช่วงเวลานี้แล้ว ต้องยอมรับเลยว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับการซื้อบ้านนั้นยังเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่จูงใจคนซื้อบ้านได้เป็นอย่างดี เนื่องจากว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สินเชื่อบ้านในช่วงนี้เป็นอัตราที่ต่ำมาก เพราะว่าจะต้องสอดคล้องกับดอกเบี้ยนโยบายที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการปรับลดลงมาต่อเนื่องหลายครั้งเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่กระนั้นก็ใช่ว่าอัตราของดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทจะได้รับอานิสงส์จากดอกเบี้ยขาลง เพราะว่ามีดอกเบี้ยบางประเภทที่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาที่กำหนด
ดังนั้นหากคิดจะกู้เงินธนาคารเพื่อซื้อบ้านก็จำเป็นที่จะต้องเข้าใจถึงรูปแบบของอัตราดอกเบี้ยก่อนเพื่อให้ได้ประโยชน์จากการกู้เงินให้มากที่สุด
   สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่คนซื้อบ้านจะต้องทำความรู้จักแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่
1.   อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว หรือ Floating Rate เป็นอัตราดอกเบี้ยที่จะเปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้ตามอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยจะมีการประกาศจากทางธนาคารหรือสถาบันการเงินออกมาเป็นระยะ ๆ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักได้แก่
-   อัตราดอกเบี้ยแบบ mrr คือ อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate) โดยธนาคารและสถาบันการเงินจะใช้อัตราดอกเบี้ยประเภทนี้กับลูกค้ารายย่อยที่ไม่มีประวัติเสียทางการเงิน โดยสินเชื่อส่วนใหญ่ที่มักจะได้รับอัตราดอกเบี้ยแบบ mrr คือ สินเชื่อบ้านและสินเชื่อบุคคล
ดังนั้นผู้ที่ต้องการกู้เงินซื้อบ้านจึงควรพิจารณาเงื่อนไขของดอกเบี้ยลอยตัวประเภทนี้ให้ดี โดยเฉพาะส่วนลดเพิ่มเติม สมมติว่า ธนาคารแห่งหนึ่งประกาศค่า mrr เท่ากับ 6.76% และหากระบุว่า mrr-1.5 % ก็หมายถึง การคิดดอกเบี้ยในอัตรา mrr คือ 6.76% แล้วลดลงอีก 1.5% ดังนั้นผู้ที่กู้เงินด้วยเงื่อนไขนี้จะต้องจ่ายดอกเบี้ยเพียง 5.26% เป็นต้น อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ mrr คือ ได้ที่นี่ https://www.sansiri.com/thai/คำแนะนำ/3-คำศัพท์ดอกเบี้ยบ้าน
-   อัตราดอกเบี้ยแบบ mlr คือ อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (Minimum Loan Rate) ซึ่งส่วนใหญ่ ผู้กู้ที่จะได้รับอัตราดอกเบี้ยแบบ mlr คือ ผู้ที่มีประวัติการเงินดีหรือมีหลักทรัพย์ค้ำประกันสินเชื่ออย่างเพียงพอและมักจะใช้กับเงินกู้ระยะยาวที่มีกำหนดเวลาแน่นอน
ส่วนใหญ่เงินกู้ที่จะได้รับอัตราดอกเบี้ยแบบ mlr คือ “ธุรกิจทั่วไป” โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ประเภทนี้จะต่ำกว่าดอกเบี้ยแบบอื่นในกลุ่มลอยตัว แต่ก็มีผู้กู้เงินซื้อบ้านบางรายที่ได้รับเงื่อนไขเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบนี้จากบางสถาบันการเงินด้วย อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ mlr คือ ได้ที่นี่ https://www.sansiri.com/thai/คำแนะนำ/3-คำศัพท์ดอกเบี้ยบ้าน
-   อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำที่สถาบันการเงินเรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (Minimum Overdraft Rate) หรือ mor คือ ดอกเบี้ยสำหรับการเบิกเงินเกินบัญชีนั่นเอง การปล่อยกู้ประเภทนี้ธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ จะเข้มงวดกับคุณสมบัติของผู้กู้ทั้งประวัติการเงินและหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ ทั้งนี้สินเชื่อส่วนใหญ่ที่สถาบันการเงินจะให้อัตราดอกเบี้ยแบบ mor คือ สินเชื่อสำหรับเงินทุนหมุนเวียนที่ทำผ่านบัญชีกระแสรายวัน
2.   อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ หรือ Fixed Rate เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจ เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้กำหนดไว้คงที่ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดช่วงเวลาที่กำหนดไม่ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม เช่น อัตราดอกเบี้ย 6.5 % คงที่ 3 ปี ก็จะไม่มีการปรับดอกเบี้ยในช่วงเวลาดังกล่าว
    แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยประเภทนี้จะสัมพันธ์กับคนกู้เพื่อซื้อบ้านหรือโครงการบ้านเดี่ยวที่น้อยกว่าดอกเบี้ยแบบ mrr และ mlr แต่ผู้ซื้อบ้านก็ควรศึกษาให้เข้าใจ โดยมีช่องทางให้เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยของทุกธนาคารในแบบ mrr, mlr และ mor คือ เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย นั่นเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 พฤศจิกายน 2563, 11:20:20 โดย unyana »