Farm-to-Table ความสุขกินได้ปลูกได้ที่บ้านของเรา

9 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ muthita

  • สมาชิกใหม่
  • *
  • กระทู้: 41
“สุขภาพดี” เป็นสิ่งที่หลายๆ คนปรารถนา เพราะการมีสุขภาพดีเป็นพื้นฐานของการได้ทำสิ่งต่างๆ ต่อไปได้ การจะมีง “สุขภาพดี” นั้นมีองค์ประกอบสำคัญๆ เพียงไม่กี่ประการ หนึ่งในนั้นคือ “อาหารการกิน” ซึ่งปัจจุบันเทรนด์อาหารสุขภาพมีอยู่มากมายหลายประเภท ทั้งอาหารคลีน อาหารคีโต อาหารมังสวิรัติ และที่กำลังมาแรงสุดๆ ในธุรกิจอาหารยุคนี้ก็คือ Farm to Table เมนูปรุงสดใหม่จากฟาร์มถึงโต๊ะอาหาร
Farm to Table เทรนด์สุขภาพดีที่พิถีพิถัน
Farm to Table คือการที่ผู้ผลิตหรือเกษตรกรนำพืชผักที่ปลูกขึ้นเองหรือเนื้อสัตว์ที่ได้จากฟาร์มเลี้ยงดูแบบไร้สารเคมีนำมาปรุงในสไตล์โฮมเมดแล้วเสิร์ฟให้กับลูกค้าได้ทานแบบสดใหม่วันต่อวัน ทำให้เราได้ทานอาหารที่สดใหม่ มั่นใจได้ว่าดีต่อสุขภาพ
อาหารประเภท Farm to Table ได้รับการยอมรับว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องจากมีกระบวนการผลิตที่พิถีพิถันตามวิถีการเกษตรแบบอินทรีย์ซึ่งมีความเป็นธรรมชาติปราศจากการตกค้างของสารเคมี และยังสดใหม่อีกด้วย
นอกจากนี้อาหารประเภท Farm to Table ยังเน้นการปลูกพืชผักตามฤดูกาลเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนตามวัฎจักรชีวิตซึ่งส่งผลต่อคุณภาพและความยั่งยืนด้านอาหารในอนาคต ทำให้เราคาไม่แพง เพราะลดภาระค่าใช้จ่ายในการปลูกผักนอกฤดูกาล
Farm to Table กลยุทธ์แห่งความยั่งยืนแบบครบวงจร

ประเทศไทยได้ชื่อว่า “ครัวของโลก” เป็นสวรรค์ของนักกินที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีอาหารหรือขนมให้ทานได้ตลอด ข้อมูลจาก Euromonitor เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคในประเทศไทย ปี 2560 พบว่าคนไทยหมดเงินไปกับค่าใช้จ่ายด้านอาหารมากที่สุดถึง 21.2% หรือคิดเป็นมูลค่า 1.8 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว แต่ก็เป็นเรื่องน่าเสียดายที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization หรือ FAO) พบว่า 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิตทั่วโลก หรือราว 1.3 ล้านตัน/ปี กลายเป็นขยะที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ขาดความมั่นคงทางอาหาร และที่สำคัญคือเผาผลาญทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ และพลังงานโดยไม่จำเป็น
Farm to Table จึงทำให้มาช่วยอุดช่องโหว่งเพราะเกษตรกรไม่ได้มีหน้าที่เพียงเพาะปลูกหรือผลิตวัตถุดิบเท่านั้น แต่ยังนำพืชพรรณหรือเนื้อสัตว์ที่ได้มาปรุงในจุดเดียวกันหรือใกล้กับฟาร์มของตัวเองและเสิร์ฟถึงมือผู้บริโภคโดยตรงในปริมาณที่พอเพียงกับศักยภาพที่มี เทรนด์การทานอาหารแบบ Farm-to-Table จึงรักษาความสดใหม่และคุณค่าทางอาหารที่ดีต่อร่างกายไว้ได้มาก ไม่ต้องสิ้นเปลืองกับบรรจุภัณฑ์และการขนส่งที่ทำให้เกิดการสูญเสียเชื้อเพลิงและคุณภาพอาหาร ลดขั้นตอนและเวลาการส่งมอบระหว่างผู้ผลิตถึงผู้บริโภค ซึ่งบ่อยครั้งที่เราต้องทิ้งอาหารโดยไม่จำเป็นเพียงเพราะมีขั้นตอนการนำส่งมากเกินไป และหากมีส่วนที่เหลือหรือจำเป็นต้องทิ้ง ก็สามารถนำมาหมักต่อได้อีกด้วย
การผลิตและจำหน่ายในชุมชนใกล้เคียงแบบ Farm to Table ยังมีลักษณะความยั่งยืน (Sustainability) ช่วยสนับสนุนอาชีพเกษตรกรรายย่อยให้มีความมั่นคง สามารถกำหนดราคาขายได้ตามจริง โดยไม่ถูกคนกลางหรือบริษัทขนาดใหญ่เอาเปรียบเหมือนที่ผ่านมา ส่งเสริมให้เศรษฐกิจชุมชนดีขึ้น และสำหรับบางที่ที่เป็นพื้นที่เปล่าก็สามารถสร้างรายได้อีกด้วย
ลงมือทำ Farm to Table ที่บ้านเนอวานา
 
Farm to Table ไม่ได้มีแต่เฉพาะธุรกิจด้านอาหารเท่านั้น ในภาคครัวเรือนก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งหากมองกันตามจริงแล้ว การปลูกพืชผักสวนครัวหรือผักริมรั้วเพื่อเอาไว้ทานกันเองในครอบครัวของคนไทยเป็นที่ปรากฏมาเนิ่นนานก่อนกระแสจาก Farm to Table เสียด้วยซ้ำ
บ้านที่โครงการจากเนอวานาก็สามารถเปลี่ยนพื้นที่ว่างเป็น Farm To Table ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นที่รั้วหรือบริเวณพื้นที่ว่างก็สามารถปลูกผักหมุนเวียน หรือผักเคียงอื่นๆ เพื่อรับประทานอาหารได้ รับรองว่าร้านอาหารแบบ Farm to Table อาจสู้ไม่ได้อย่างแน่นอน และเหนือสิ่งอื่นใดคือการได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันของสมาชิกในครอบครัว เพื่อสร้างสรรค์เมนูจานโปรดและร่วมรับประทานอาหารด้วยความอิ่มเอมกายและหัวใจ สมกับเป็นความสุขกินได้ที่แสนมหัศจรรย์