รู้จักกับอัตราดอกเบี้ย 3 แบบ ก่อนขอสินเชื่อเพื่อการอยู่อาศัย

38 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ unyana

  • สมาชิกทั่วไป
  • *
  • กระทู้: 399

            สำหรับคนที่กำลังเคยยื่นขอสินเชื่อเพื่อการอยู่อาศัยหรือการกู้ซื้อบ้านนั้น คงจะเคยได้ยินคำศัพท์เฉพาะที่เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย อย่างเช่น mlr, mrr และ mor ซึ่งหลายคนก็อาจจะยังสงสัยอยู่ว่า แล้ว mrr, mor และ mlr คืออะไร และแต่ละอย่างมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ในวันนี้เราจะมาคลายข้อสงสัยเหล่านี้กัน
            mlr, mrr และ mor คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำที่ธนาคารกำหนดให้แก่ผู้กู้ สำหรับการซื้อโครงการบ้านเดี่ยวหรือว่าที่อยู่อาศัยแบบต่าง ๆ ซึ่งเป็นการกู้แบบระยะยาว โดยมีความแตกต่างกันคือ
            -   Minimum Overdraft Rate หรือ mor คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำ ที่ธนาคารกำหนดให้กับผู้กู้รายใหญ่ที่มีประวัติทางการเงินดี แต่เป็นประเภทเบิกเงินเกินบัญชี กล่าวคือ เกินกว่ายอดเงินฝากในบัญชี เพื่อใช้เป็นเงินหมุนเวียนระยะสั้นในการขับเคลื่อนธุรกิจให้มีความสะดวกมากขึ้น อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ mor คืออะไรได้ที่นี่เลย https://www.sansiri.com/thai/คำแนะนำ/3-คำศัพท์ดอกเบี้ยบ้าน
            -   Minimum Retail Rate หรือ mrr คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำ ที่ธนาคารกำหนดให้กับผู้กู้รายย่อย ที่มีประวัติทางการเงินดี ซึ่งคนทั่วไปที่กู้ซื้อบ้านใหม่ก็จะถูกธนาคารกำหนดด้วยอัตราดอกเบี้ยประเภทนี้
            -   Minimum Loan Rate หรือ mlr คือ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำที่ทางธนาคารได้กำหนดให้กับผู้กู้รายใหญ่ ซึ่งก็จะมีประวัติทางการเงินดี และมีหลักค้ำประกันเพียงพอ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจ
            โดยอัตราดอกเบี้ยทั้ง 3 ประเภทนี้จะมีความแตกต่างกันโดยเรียงลำดับจากมากไปน้อยดังนี้ mrr นั้น สูงกว่า mor สูงกว่า mlr ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่ธนาคารจะได้รับและต้นทุนทางการเงินของแต่ละที่ด้วย โดย mrr คืออัตราดอกเบี้ยสำหรับผู้กู้รายย่อยจจึงะมีความเสี่ยงที่มากกว่า mlr และ mor จึงจะต้องมีการเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่า ซึ่งแต่ละธนาคารก็จะมีอัตราของดอกเบี้ย 3 ตัวนี้ที่แตกต่างกันไป นอกจากผลของสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจแล้ว ต้นทุนของธนาคารก็จะมีผลไม่น้อยเช่นกัน
            เพื่อให้สามารถเข้าใจได้ง่ายขึ้นเราจึงขอทำการยกตัวอย่างอัตราดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้านจัดสรรของธนาคาร A ที่กำหนดอัตราแตกต่างจาก mrr คือ -1% (mrr-1%) ซึ่งก็มีความหมายว่า หาก mrr ของธนาคาร A นั้นเท่ากับ 5.0% อัตราดอกเบี้ยสำหรับกู้ซื้อโครงการบ้านจัดสรรก็จะเท่ากับ 4% ส่วนธนาคาร B มีการกำหนด mrr ไว้เท่ากับ 7.0% และมีอัตราดอกเบี้ยสำหรับกู้ซื้อโครงการบ้านเท่ากับ mrr-2% ดังนั้นก็จะมีอัตราดอกเบี้ยเท่ากับ 5% จะเห็นได้ว่าค่า mrr ที่ติดลบมากกว่า ก็ไม่ได้แปลว่าจะมีดอกเบี้ยต่ำสุดเสมอไป
            นอกจากการรู้ความหมายว่า mlr, mrr และ mor คือ อะไรแล้ว ยังมีศัพท์ที่ควรรู้เกี่ยวกับประเภทของดอกเบี้ยอีก 2 คำ คือ
            -   อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว (Floating Rate) คืออัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกำหนดในช่วงเวลานั้น โดยเปลี่ยนแปลงขึ้น-ลงได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เศรษฐกิจ ตลาดเงิน และต้นทุนทางการเงินของธนาคาร
            -   อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ (Fixed Rate) คืออัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารกำหนด ซึ่งจะไม่เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์เศรษฐกิจ และตลาดโลก
            โดยการกู้เงินส่วนใหญ่ธนาคารจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยให้เป็นแบบ fixed rate ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ 1-3 ปี หลังจากนั้นจะเป็นการคิดดอกเบี้ยแบบ floating rate ซึ่งหากคิดจะกู้เงินซื้อบ้านแล้ว ต้องคำนวณให้รอบคอบว่าครบระยะสัญญา การขอสินเชื่อจากที่ไหนจะได้ประโยชน์สูงสุด และนี่คือเหตุผลบางส่วนที่เราควรเข้าใจถึงความแตกต่างของประเภทดอกเบี้ย และความหมายว่า mrr, mor และ mlr คือ อะไร