วิธีในการเลือกหน้าจอคอมเล่นเกมที่จะทำให้เราได้หน้าจอที่มีคุณภาพ

42 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ nanasee

  • สมาชิกใหม่
  • *
  • กระทู้: 72

                   สำหรับคนที่ชอบเล่นเกมแล้วจะให้ความสำคัญไปกับหน้าจอคอมเล่นเกมเยอะมาก เพราะรู้ซึ้งเป็นอย่างดีว่าถ้าเป็นเกมที่ใช้ความเร็วในการแสดงภาพสูงถ้าเลือกใช้หน้าจอเล่นเกมที่ไม่ได้คุณภาพมันจะทำให้ภาพที่ได้สะดุดหรือไม่ต่อเนื่องทำให้หงุดหงิดในตอนที่เล่นได้ จากที่จะต้องการความสนุกในการเล่นเกมกลายเป็นอารมณ์เสียแทน ดังนั้นจึงไม่ควรที่จะละเลยในการเลือกหน้าจอเล่นเกม ซึ่งวันนี้เราก็มีวิธีในการเลือกหน้าจอเล่นเกมง่าย ๆ เอามาฝากด้วย มาดูกันเลย

              วิธีในการเลือกหน้าจอคอมเล่นเกมที่จะทำให้เราได้หน้าจอที่มีคุณภาพและตรงกับความต้องการใช้งานที่สุด

1.ขนาดของจอภาพ
จอภาพที่มีขนาดใหญ่ย่อมใช้งานได้ดีกว่า แต่สำหรับเหล่าเกมเมอร์มืออาชีพแล้ว จะนิยมใช้ขนาดหน้าจอระหว่าง 21 - 24 นิ้วเท่านั้น สำหรับการเล่นเกมและให้ความสำคัญกับเฟรมเรท แต่ถ้าจอคอมเกมมิ่งมีขนาดที่ใหญ่และเฟรมเรทสูง อาจจะทำให้ผู้เล่นไม่สามารถมองเห็นรายละเอียดได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ชื่นชอบการเล่นเกมประเภท รถแข่งหรือ MMORPG จอขนาดใหญ่จะทำให้ผู้เล่นสนุกสนานและเพลิดเพลินไปกับ CG ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากกว่า

2.เลือกความละเอียดที่ดีที่สุด คือ Full HD หรือสูงกว่านั้น
ความละเอียดควรอยู่ที่ Full HD ซึ่ง Full HD คือ ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล ถือเป็นความละเอียดมาตรฐานในการใช้งานไป แต่ก็ยังมีจอที่มีลักษณะเป็นแนวนอนหรือยาวออกไปด้านข้าง จอคอมเกมมิ่งประเภทนี้มักจะมีความละเอียดอยู่ที่ 2K หรือ 2560 x 1440 พิกเซล ซึ่งสูงกว่า Full HD นอกจากนี้ ยังมีจอคอมเกมมิ่งคุณภาพสูงอีกประเภท คือ ความละเอียดระดับ 4K หรือ 3840 x 2160 พิกเซล

3.อัตราการรีเฟรชเรทขึ้นอยู่กับเนื้อหาของเกม
อัตราการรีเฟรชเรท (Refresh Rate) ยังคงเป็นจุดสำคัญอย่างมากในการตัดสินใจ แม้ว่าคุณจะเลือกจอคอมเกมมิ่งที่มีอัตราการรีเฟรชที่สูง แต่นั่นก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป เพราะบางเกมมีการแสดงผลได้สูงสุดแค่ 60 เฟรมเรท ถ้าคุณเลือกใช้จอ 144Hz อาจจะเกิดภาพฉีกขาดหรือเป็นเส้นในระหว่างการแสดงผลได้ เพราะตัวเกมจะไม่รองรับอัตรารีเฟรชเรทของหน้าจอนั้น จึงขอแนะนำว่าควรเลือกให้เหมาะสมกับเกมที่คุณเล่นด้วย

4.ความเร็วในการตอบสนองของเม็ดพิกเซลควรเลือก 1ms
จอคอมเกมมิ่งส่วนใหญ่จะมีประสิทธิภาพที่สูงอยู่แล้ว ซึ่งความเร็วในการตอบสนองของเม็ดพิกเซลโดยทั่วไปจะอยู่ที่ 1ms เพื่อให้เร็วพอต่อการร้องขอการแสดงภาพของเกม หากคุณเลือกจอคอมเกมมิ่งที่มีการตอบสนองช้า อาจจะทำให้เกิดภาพกระตุกหรือภาพค้างได้ อย่างไรก็ตาม ยิ่งตัวเลขของอัตราการตอบสนองน้อย ก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพที่สูง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ราคาก็อาจจะเพิ่มขึ้นมาด้วยเหมือนกัน

5.เลือกรุ่นที่มีโหมดสำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ
ถ้าคุณเลือกจอคอมเกมมิ่งที่มีโหมดการใช้งานเฉพาะ เช่น เกม Visual ก็จะเป็นตัวช่วยในการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในการเล่น ทำให้การเล่นเกมของคุณนั้นง่ายขึ้นและมีความสมจริงมากยิ่งขึ้นด้วย โดยโหมดหลัก ๆ ทั่วไปที่มีอยู่ก็คือ โหมด FPS หรือเกมแนวแอ็กชั่น, โหมดต่อสู้  หรือโหมดเกมกีฬา เป็นต้น นอกจากนี้ จอคอมเกมมิ่งบางรุ่นจะมีโหมดที่เรียกว่า NVIDIA 3D Vision เพื่อช่วยเพิ่มความสมจริงในการเล่นเกมประเภทกราฟิก หรือ 3D ราคาก็อาจจะสูงขึ้นมาหน่อย แต่รับรองได้ว่าคุณได้สัมผัสกับโลกแห่งเกมอย่างสมจริงอย่างแน่นอน

6.ตรวจสอบประเภทและจำนวนของพอร์ตการเชื่อมต่อ
นอกเหนือจากพอร์ตสำคัญอย่าง HDMI และ DVI แล้ว ยังมีพอร์ตอื่น ๆ ที่มีความจำเป็นในการใช้งานอีกมากมาย อย่างเช่น Display Port, USB เป็นต้น บางจอที่มีจำนวนพอร์ตเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ราคาสูงขึ้นตามไปด้วย แต่อาจจะไม่จำเป็นในการใช้งานสำหรับคุณก็ได้ เพราะฉะนั้น ขอแนะนำให้ดูตามความต้องการของคุณว่า พอร์ตอะไรที่จำเป็นต่อการใช้งานของคุณบ้าง

            หากคุณไม่อยากพลาดความสนุกในการเล่นเกม คุณควรเลือกซื้อหน้าจอคอมเล่นเกมที่มีองค์ประกอบตามด้านบนที่เราเอามาฝากนี้เป็นหลัก และดูถึงความต้องการใช้งานหลักของตนเองควบคู่ไปด้วย รับรองว่าคุณจะได้รับจอเล่นเกมที่ตรงกับความต้องการใช้งานของคุณได้เป็นอย่างดีและจะได้รับประสบการณ์ในการเล่นเกมเต็มที่แน่นอน

#จอคอมเล่นเกม