ที่ไปที่มาของการ์ตูนมังงะ

14 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Ailie662

  • สมาชิกขาประจำ
  • *
  • กระทู้: 2251
ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยคงงรู้จักกับการอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นหรือ "มังงะ" แต่ว่าน้อยคนนักที่จะทราบดีว่า "มังงะ" มีจุดกำหนด ที่มาที่ไปอย่างไร รวมทั้งในเนื้อหานี้จะพาไปดู ความเป็นมา ภูมิหลังของ "มังงะ"

คำว่า"มังงะ" แปลตรงตัวว่าภาพตามอารมณ์ถูกใช้อย่างกว้างขวางเป็นครั้งแรกภายหลังจากช่างวาดภาพภาพแนวอุคิโยเอะ (ภาพพิมพ์แกะไม้สไตล์ญึ่ปุ่นที่นิยมในช่วงศตวรรษที่ 17-20)ชื่อโฮคุไซพิมพ์หนังสือชื่อโฮคุไซมังงะในคริสต์ศตวรรษที่ 19 อย่างไรก็ตามนักประวัติศาสตร์บางกลุ่มมีความคิดเห็นว่ามังงะอาจมีประวัติเป็นเวลายาวนานกว่านั้นโดยมีหลักฐานเป็นภาพ "จิกะ" (แปลตรงตัวว่า"ภาพตลกโปกฮา") ซึ่งเป็นที่นิยมในศตวรรษที่ 12 มีลักษณะหลามยประการละม้ายกับมังงะในปัจจุบัน อาทิการเน้นเรื่องราวและการใช้เส้นที่เรียบง่ายแต่ว่าสละสลวยฯลฯ
มังงะพัฒนามาจากการการประสมประสานศิลป์การวาดภาพแบบอุคิโยเอะกับจิตรกรรมตะวันตกความพยายามของญี่ปุ่นที่จะพัฒนาตัวเองให้ทันกับมหาอำนาจตะวันตกในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ผลักดันให้ญี่ปุ่นนำเข้าวัฒนธรรมตะวันตกหลายๆรูปแบบรวมทั้งการจ้างนักแสดงตะวันตกมาสอนนักแสดงญี่ปุ่นเกี่ยวกับส่วนประกอบในเบื้องต้นทางศิลปะอย่างเช่นเส้นรูปทรงแล้วก็สีซึ่งการวาดภาพแบบอุคิโยเอะไม่ให้ความสำคัญเนื่องจากว่ามีความรู้สึกว่าความรู้สึกโดยรวมของภาพสำคัญกว่าอย่างไรก็แล้วแต่มังงะที่มีชื่อเสียงกันในปัจจุบันเริ่มก่อตัวเป็นตัวเป็นตนในระยะหลังสงครามโลกครั้งที่สองจากที่รัฐบาลญึ่ปุ่นถูกประเทศสหรัฐอเมริกาบังคับให้เปิดความอิสระแก่สื่อมวลชน

ในศตวรรษที่21 คำว่ามังงะเปลี่ยนความหมายเดิมมาซึ่งก็คือหนังสือการ์ตูนอย่างไรก็ตามคนญี่ปุ่นมักใช้คำนี้เรียกหนังสือการ์ตูนสำหรับเด็กส่วนหนังสือการ์ตูนทั่วไปใช้คำว่า コミック (คอมิกส์) ซึ่งเป็นคำทับศัพท์ของ comics ในภาษาอังกฤษซึ่งหากว่าเป็นประเทศญี่ปุ่นส่วนในประเทศไทยการใช้คำว่ามังงะยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก แต่ก็มีชื่อเสียงมากขี้นเรื่อยๆซึ่งปกติบ้านเราจะเรียกกันว่า "หนังสือการ์ตูนประเทศญี่ปุ่น" มากยิ่งกว่า
มังงะมีความสำคัญต่อวัฒนธรรมประเทศญี่ปุ่นแล้วก็ได้รับการยอมรับจากชาวญี่ปุ่นว่าเป็นวิจิตรศิลป์แล้วก็วรรณกรรมรูปแบบหนึ่งทว่าในปัจจุบันมังงะเริ่มถูกวิพากษ์วิจารณ์จากกรุ๊ปอนุรักษ์นิยมทั้งในญี่ปุ่นรวมทั้งต่างชาติอย่างมากมายว่ามีความร้ายแรงแล้วก็รายละเอียดทางเพศปะปนอยู่มากอย่างไรก็ดีญี่ปุ่นก็ยังไม่มีข้อบังคับจัดระบบมังงะยกเว้นข้อบังคับไม่แน่ชัดฉบับหนึ่งที่กลาวทำนองว่า"ห้ามคนไหนขายสื่อที่ตรงข้ามความดีงามของสังคมจนถึงเหลือเกิน" เพียงแค่นั้นนักวาดการ์ตูนในญี่ปุ่นก็เลยยังคงมีความอิสระที่จะเขียนมังงะที่มีรายละเอียดทุกแนวสำหรับคนอ่านทุกกลุ่ม

มังงะแบ่งได้ 5 ชนิดตามลักษณะของผู้อ่านอาทิเช่นเด็กวัยรุ่นหญิง (โชโจะ) เด็กวัยรุ่นชาย (โชเน็น) ผู้หญิง (โจะเซ) แล้วก็เพศชาย (เซเน็น) โดยแต่ละประเภทจะมีหน้าปกแตกต่างกันและไม่วางขายบนชั้นหนังสือเดียวกันทำให้คนอ่านทราบหมวดหมู่ของแต่ละประเภทอย่างชัดเจน
รูปในมังงะจำนวนมากจะเน้นย้ำเส้นมากกว่ารูปทรงและการให้แสงเงาการจัดช่องภาพจะไม่คงที่เสมือนการ์ตูนสี่ช่องหรือการ์ตูนช่องในหนังสือพิมพ์การอ่านมังงะจะอ่านจากขวาไปซ้ายตามวิธีแต่งหนังสือแบบเริ่มแรกของญี่ปุ่นเป็นที่น่าสังเกตว่าผู้แสดงในมังงะมักจะดูราวกับว่าฝรั่งหรือไม่ก็มีความนัยน์ตาขนาดใหญ่ความใหญ่ของดวงตาเปลี่ยนมาเป็นจุดเด่นของมังงะแล้วก็อนิเมะตั้งแต่สมัยปี 1960 เมือโอซามุเทซุกะนักเขียนเรื่องแอสโตรบอยซึ่งได้รับการชื่นชมว่าเป็นบิดาของมังงะในขณะนี้เริ่มวาดตาของนักแสดงอย่างนั้นโดยการเอาแบบมาจากตัวการ์ตูนของดิสนีย์อย่างไรก็แล้วแต่ไม่ใช่ว่านักเขียนการ์ตูนทุกคนจะวาดผู้แสดงให้มีตาใหญ่เสมอไปมังงะนั้นจะถูกแยกจากการ์ตูนสไตล์คอมมิคอย่างแจ้งชัดเนื่องจากว่าเป็น การเขียนโดยใช้วิธีเดียวกันกับการถ่ายทำภาพยนตร์ (cinematic style) โดยนักเขียนจะกระทำเขียนภาพระยะใกล้และก็ระยะติด เปลี่ยนแปลงมุมมองและก็ตัดต่อรายละเอียดเรื่องราวอย่างฉับไวโดยใช้เส้นสปีดช่วยสำหรับเพื่อการนำสายตา
รวมทั้งอีกปัญหาอย่างหนึ่งของมังงะเป็นต้นฉบับมักเขียนรวมทั้งอ่านจากขวาไปซ้ายเป็นวัฒนธรรมการอ่านของชาวญี่ปุ่นเมื่อเอามาเผยแพร่ในประเทศอื่นจึงมีการเปลี่ยนรูปแบบเป็นอ่านจากซ้ายไปขวาซึ่งทำให้คนวาดการ์ตูนและก็นักอ่านใครหลายๆคนไม่พึงพอใจ เนื่องจากอาจมีผลพวงกับเนื้อหา (อาทิเช่น การ์ตูนสืบสาว ที่จำต้องให้ความเอาใจใส่กับ ขวา หรือ ซ้าย หรือในสมัยเก่า อำเภอซึคาสะ โฮโจ ก็ไม่ยอมให้ ซาเอบะ เรียว ผู้แสดงนำจากเรื่องสิตี้ฮันเตอร์ ถือปืนมือซ้าย จึงไม่ขาย ลิขสิทธ์ให้กับสำนักพิมพ์สำนักงานสลับด้านการ์ตูนเด็ดขาด) ด้วยเหตุผลดังกล่าวตอนนี้สำนักพิมพ์หลายแห่งในต่างประเทศ (รวมทั้งเมืองไทย) ก็เลยเริ่มพิมพ์มังงะให้อ่านจากขวาไปซ้ายตามต้นฉบับญี่ปุ่นโดยในขณะนี้มังงะที่ตีพิมพ์ในไทยกว่า 90 % กลายเป็นแบบประเทศญี่ปุ่นหมดแล้ว เหลือแค่ซีรี่ส์ยาวที่ยังไม่จบบางเรื่อง และก็การ์ตูนญี่ปุ่นที่ต้นฉบับเผยแพร่แบบซ้ายไปขวามาตั้งแต่ต้น (ยกตัวอย่างเช่นการ์ตูนเรื่อง ชุลมุนคนบ้าเกม ที่ต้นฉบับญี่ปุ่นพิมพ์แบบซ้ายไปขวา)

สำหรับเมืองไทยมังงะเข้ามาในบ้านพวกเราเป็นเวลายาวนานมากโดยเริ่มจากสมัยการ์ตูนเล่มใหญ่ การ์ตูนฮีโร่ทีวี มาจนกระทั่งสมัยโดราเอม่อนบูมที่มีตีพิมพ์ในหน้าหนังสือพิมพ์ แม้กระนั้นเริ่มมรการซื้อมังงะลิขสิทธิ์พิมพ์อย่างเป็นทางการในช่วงปี 2536-2538 (ก่อนนั้นก็มีข่าวว่ามีการ์ตูนบางเรื่องที่มีลิขสิทธิ์ แต่ว่าไม่มีหลักฐานการันตีชัดเจน) ด้วยเนื้อหาที่เข้มข้นแปลกใหม่ทำให้มังงะครอบครองใจคนไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆได้อย่างอยู่หมัดนำมาซึ่งการทำให้ปัจจุบันนี้มีบริษัทผลิตมังงะใหญ่น้อยเข้ามาแข่งในตลาดมากขึ้น
มังงะที่คนประเทศไทยส่วนมาก(ย้ำว่าจำนวนมาก)รู้จักอย่างเช่น โดราเอมอน,ดราก้อน.,เซนต์เซคุณย่า,ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน,ซึบาสะฯลฯ ซึ่งจำนวนมากมังงะยอดฮิตในบ้านเราจะมีความผูกพันกับการ์ตูนอนิเมที่ฉายทางโทรทัศน์บ้านพวกเรา เนื่องจากว่าเป็นที่แน่ๆว่า มังงะเรื่องที่บรรลุความสำเร็จ ก็จะถูกเอามาสร้างเป็นอนิเมฉายทางโทรทัศน์ ซึ่งการ์ตูนอนิเมทีวีจะช่วยประชาสัมพันธ์ให้การ์ตูนมังงะประเด็นนั้น แม้กระทั่งมีมังงะเข้ามาในประเทศพวกเรานับพันนับหมื่นเรื่อง แต่เวลาเราเอ๋ยถึง "การ์ตูนญี่ปุ่น" โดราเอม่อน,ดราก้อน.,โคนัน มักจะเป็นชื่อแรกๆที่เรารำลึกถึงเสมอ

รวมทั้งนี้ก็คือ ประวัติความเป็นมา ความเป็นมาของ "มังงะ" หากจะว่าไปแล้ว แม้เวลาจะผ่านไปนานมากแค่ไหน แม้กระนั้น "มังงะ" ก็ยังคงชนะใจบุคคลทุกวัยอยู่ เพราะว่าคงจะเป็นเพราะความเพลิดเพลินแทรกวัฒนธรรมด้วย ก็เป็นไปได้