เลือกมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ายังไงให้ใช้งานได้คุ้มที่สุด

36 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ nanasee

  • สมาชิกใหม่
  • *
  • กระทู้: 95

               ต้องบอกเลยว่าราคาน้ำมันมีการขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ตลอดเวลา และต่อให้ลดลงมามากแค่ไหนแต่เมื่อเปรียบเทียบกับไฟฟ้าแล้วยังไงการที่ใช้รถแบบไฟฟ้าก็ยังประหยัดมากกว่าน้ำมันอยู่ดี แถมพวกรถไฟฟ้าอย่าง มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้านั้นไม่มีมลพิษเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย จึงไม่แปลกที่เดี๋ยวนี้จึงเริ่มมีการรณรงค์ให้ใช้รถไฟฟ้ากัน ซึ่งในปัจจุบัน มีมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในท้องตลาดให้เลือกอย่างหลากหลายคุณสามารถเลือกซื้อนำมาใช้งานได้ตามความต้องการของคุณ โดยมีหลักการเลือกง่าย ๆ ดังนี้

          เลือกมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ายังไงให้ใช้งานได้คุ้มที่สุด

1.เลือกกำลังมอเตอร์ให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ
สำหรับข้อนี้น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการพิจรณาว่าจะเลือกมอเตอร์ขนาดไหนดีเพื่อตอบสนองความต้องการด้านความเร็วของคุณ หากคุณต้องการอัตราการเร่งที่ดี, มอเตอร์ใหญ่กว่าก็จะได้เปรียบ และหากคุณจะต้องการความเร็วสูงสุดที่สุด มอเตอร์ใหญ่กว่าก็เร็วกว่า
มอเตอร์ไฟฟ้า 250W 36V : ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 25-30km/h
มอเตอร์ไฟฟ้า 500W 48V : ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 30-40km/h
มอเตอร์ไฟฟ้า 1000W 48V : ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 35-55km/h
มอเตอร์ไฟฟ้า 1500W 48V : ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 45-65km/h+
มอเตอร์ไฟฟ้า 3000W 48V : ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 100km/h+

2.เลือกว่าจะใช้ระบบขับหน้า หรือขับหลัง
คุณสามารถที่จะเลือกความต้องการในการติดตั้งระบบมอเตอร์ได้ว่าจะต้องการให้ติดตั้งระบบ HUB Motor กับล้อหน้าหรือกับล้อหลังของรถจักรยานของคุณโดยข้อดีข้อเสียจะแตกต่างกันดังนี้
ข้อดีการเลือกติดตั้งระบบ HUB Motor ในล้อหน้า
+ ติดตั้งได้ง่ายเพราะไม่มีระบบเกียร์เข้ามาเกี่ยวข้อง
+ ทำให้ใช้ร่วมกับระบบเบรคไฟฟ้าได้ดีกว่า (เพราะตอนเบรคน้ำหนักจะทุ่มไปข้างหน้า)
+ การเดินสายไฟไปยังระบบควบคุม LCD/Controller/Battery จะทำได้สวยงามกว่าและไม่รกสายตา (เพราะใกล้กันมากกว่า)
+ การเสียการทรงตัว มีโอกาศน้อยกว่าขับหลัง (หากมอเตอร์ยิ่งแรง การขับหลังยิ่งอันตรายต่อการปัดในทางโค้ง, ติดล้อหน้าอาจจะปลอดภัยกว่า*) แต่ไม่ได้แปลว่าติดล้อหลังจะเป็นอันตรายนะครับ ไม่เสมอไปเพราะขึ้นอยู่กับทักษะการขับขี่ สภาพรถ และการบังคับรถของผู้ขับ
ข้อดีการเลือกติดตั้งระบบ HUB Motor ในล้อหลัง
+ ระบบการบังคับรถอาจจะทำได้ง่ายกว่า (เพราะน้ำหนักมอเตอร์อยู่ล้อหลังไม่ใช่ล้อหน้า)
+ หากคุณใช้รถขึ้นทางลาดชัน ขึ้นเขา ขึ้นเนินบ่อย เราแนะนำให้ใช้ขับหลังเพราะน้ำหนักล้อหลังจะช่วยคุณปีนได้ดีกว่า

3.อยากจะไปได้ไกลแค่ไหน? เลือกมอเตอร์และแบตเตอรี่ให้เหมาะสมกัน
ระยะทางนั้นสำคัญกับคุณไหม? หากคุณเดินทางเพียงวันล่ะ 5-10 กิโล ไป-กลับ แบตเตอรี่ก้อนเล็กๆเบาๆก็สามารถที่จะตอบสนองการเดินทางของคุณได้ (เฉพาะการขี่ด้วย Battery ไฟฟ้าอย่างเดียวไม่ปั่น) แต่หากคุณเดินทางวันหนึ่งหลายสิบกิโลเมตร แบตเตอรี่ความจุเยอะก็อาจจะจำเป็นสำหรับคุณ เพราะฉะนั้นคุณจะต้องถามตัวเองว่าคุณจะต้องใช้ Battery มีความจุเท่าไร เราเรียกหน่วยความจุกระแสไฟว่า แอมป์อาวว์ (ตัวย่อ Ah) หรือหมายความว่า Battery ก่อนนี้สามารถจะปล่อยกระแสได้กี่แอมป์ภายในหนึ่งชั่วโมง, โดยแอมป์ยิ่งเยอะ แปลว่าความจุเยอะ ยิ่งมีไฟอยู่ในแบตเตอรี่เยอะ ยิ่งไปได้ไกลกว่า โดยตอนนี้ Battery ของ BKK E-Bike จะมีความจุอยู่ที่ 4.5Ah, 7.5Ah, 11Ah และ 16Ah ขึ้นอยู่กับความต้องการ

4.เลือกขนาดของล้อ, style ของรถจักรยาน และตรวจเช็คสภาพความพร้อมของรถคุณ

              เมื่อคุณอ่านแล้วคงพอมองเห็นภาพว่าทำไมมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจึงมีราคาแตกต่างกันมาก ซึ่งก็ส่งผลให้คุณภาพแตกต่างเช่นกัน ความเชื่อถือก็แตกต่างกันอีกด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในการตัดสินใจเลือกซื้อยังเกี่ยวข้องกับงบประมาณและความพึงพอใจของตัวคุณด้วยอีก

#มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า