หลักฐานมัด สมปอง ดิ้นไม่หลุด กดเงินลุงฟอกไตจริง เมียงง ทำไมทำแบบนี้

27 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Chanapot

  • สมาชิกขาประจำ
  • *
  • กระทู้: 3016
ตำรวจนางรองเรียกสอบ "สมปอง" ที่ถูกกล่าวหาว่าลักกดเงินลุงฟอกไต ฝากไปเช็กยอดเงินโอนข้า "เราไม่ทิ้งกันโควิด-19" แล้วมีเงินหายไป 3 พัน พบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดมัดตัว รับสารภาพ เอาเงินไปจริง หลังจากตอนแรกออกมาปฏิเสธ เมียงง เผยที่บ้านไม่เคยขัดสนเรื่องเงินทอง ทำไมทำแบบนี้


วันที่ 29 เม.ย. พ.ต.อ ภควัต ธรรมดี ผกก.สภ.นางรอง ร่วมกับ พ.ต.ต รังสิวัฒน์ กังศรานนท์ สารวัตรสืบสวน ร.ต.อ.มานพ รอยประโคน รองสารวัตร (สอบสวน) แถลงผลการจับกุม นายสมปอง สิมาเลาเต่า อายุ 34 ปี ชาวชุมแสง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ที่นำบัตรเอทีเอ็มคนป่วยโรคไต ที่พักรักษาตัวที่ รพ.นางรอง ไปกดเงินจำนวน 3,000 บาท ขณะเจ้าของบัตร วานให้ไปเช็กยอดเงิน "เราไม่ทิ้งกัน" ที่โอนเข้ามา 5 พันบาท  แต่นายสมปอง อ้างว่ามีเงินเข้าเพียง 2,000 บาท ต่อมาได้ขอชดใช้เงินคืนให้ โดยอ้างว่า เพื่อให้จบๆ ไป

จากการสอบสวนนายสมปอง ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ถือบัตรเอทีเอ็ม ของนายณรงค์ศักดิ์ ไปที่ตู้เอทีเอ็ม ธนาคารกรุงไทย หน้า รพ.นางรอง จริง ประกอบกับมีพยานหลักฐานกล้องวงจรปิดเห็นภาพนายสมปอง ตั้งแต่เดินออกจากห้องพักคนไข้ มาที่หน้าตู้เอทีเอ็ม และเดินกลับห้องคนไข้ เป็นช่วงเวลาสอดคล้องกับเวลาที่เงินถูกกดออกจากตู้เอทีเอ็มไปจำนวน 3,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีนี้ เริ่มจากนายณรงค์ศักดิ์ คล้ายกระแส อายุ 47 ปี ให้นางสุทาทิพย์ แก้วนะทะ อายุ 44 ปี น้องสาว ไปร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.มานพ รอยประโคน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.นางรอง ให้ช่วยติดตามผู้ต้องสงสัย เอาบัตร ATM ไปกดเอาเงินไปจำนวน 3,000 บาท หลังจากก่อนหน้านี้ นายณรงค์ศักดิ์ ซึ่งนอนรักษาตัวด้วยโรคไต ที่โรงพยาบาลนางรอง และได้ลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาตามโครงการ "เราไม่ทิ้งกัน" ของรัฐบาล ซึ่งจะได้รับเงินเดือนละ 5,000 บาทจำนวน 3 เดือน รู้ว่ามีเงินโอนเข้าแล้ว จึงวานให้ญาติผู้ป่วยข้างเตียงเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี เอาบัตร ATM ไปกดดูเงินว่าเข้าหรือยัง เพราะได้มีข้อความเข้ามายืนยันแล้วว่ามีสิทธิ์ได้รับเงิน แต่หนุ่มคนดังกล่าว ซึ่งก็คือนายสมปอง กลับมาแจ้งว่า มีเงินเข้าเพียง 2,000 บาท เมื่อสอบถามผู้รู้ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "เป็นไปไม่ได้" ”เงินจะต้องเข้า 5,000 บาท

ทั้งนี้ นายณรงค์ศักดิ์ ซึ่งยังรักษาตัวที่ รพ.นางรอง หลังจากทราบว่า นายสมปองรับสารภาพว่าเป็นผู้กดเงินออกไปจริง ได้กล่าวว่า ตนแค่อยากได้เงินคืน แต่ไม่ขอเอาผิดกับนายสมปอง แค่ได้เงินคืนมาก็ดีใจแล้ว เพราะตนมีอาชีพเก็บของเก่าขาย ตอนนี้ต้องมารักษาตัวที่รพ. ไม่มีรายได้ จากเหตุการณ์ครั้งนี้ เข็ดแล้ว ไม่กล้าให้ใครนำบัตรเอทีเอ็มไปอีก พร้อมกับโทรศัพท์ไปบอกกับแม่ที่บ้านว่าจะได้เงินคืนแล้ว ด้วยความดีใจ

ด้าน ภรรยานายสมปอง เผยว่า ตนไม่รู้เรื่องเงิน จำนวน 3,000 บาทนี้เลย และที่บ้านก็ไม่เดือดร้อน ไม่มีหนี้สิน อยู่กับสามีมา 5-6 ปี ก็ไม่เคยมีปัญหาเรื่องเงินทอง จึงไม่รู้ว่าทำไมจึงทำแบบนี้

ขณะที่ พ.ต.ท. ภควัต ธรรมดี ผกก.สภ. นางรอง เผยว่า ตำรวจได้แจ้งข้อหา ลักทรัพย์ และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น ถึงแม้ว่าทางผู้เสียหายจะได้เงินคืนแล้ว แต่เป็นคดีที่ยอมความไม่ได้และฝากถึงพี่น้องประชาชนในช่วงโควิดฯ นี้ว่า ทุกคนก็ลำบาก อย่าได้เอาเปรียบ หรือซ้ำเติมกันอีก