วิษณุ แจง สลน. ร่าง จม.ถึงมหาเศรษฐี รอดูรายละเอียด ย้ำ ไม่ใช่ขอเงิน

19 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ deam205

  • สมาชิกขาประจำ
  • *
  • กระทู้: 2566
“วิษณุ” แจง สลน. ร่าง จม.ถึง มหาเศรษฐี ให้รอดูรายละเอียด ย้ำไม่ใช่เป็นการขอเงิน เผย ศบค.ไม่ได้ถกขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้ ถ้าขยายจริงต้องชงเข้าครม.ก่อน 1 สัปดาห์

วันที่ 20 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงจดหมายเปิดผนึกที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะทำถึง 20 มหาเศรษฐีในไทยว่า ยืนยันว่า จดหมายดังกล่าวไม่ใช่การขอเงิน ซึ่งจดหมายดังกล่าว ทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) เป็นผู้ร่าง ตนไม่ได้ร่างเอง ส่วนจะเอาให้ตนดูก่อนหรือไม่นั้น โดยปกติก็ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่ก็ไม่ได้มีบังคับอะไร ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องนำเข้า ครม. เพราะเป็นเรื่องของนายกฯ ไม่เกี่ยวกับครม. เว้นแต่นายกฯ ต้องการจะนำมาหารือในครม.ก็แล้วแต่ ซึ่งในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (ศบค.) วันนี้ไม่มีการพูดคุยเรื่องนี้ แต่อย่างไรก็ตาม มีสื่อเอาไปลงข่าวกันว่าตนบอกว่า มีเศรษฐี 20 ราย ซึ่งส่วนตัวตนไม่เคยพูดถึงจำนวนตัวเลขเลย และตนก็รู้ว่า มันไม่ใช่ 20 ราย

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในทางกฎหมาย การช่วยเหลือประเทศชาติด้วยการระดมความคิดเช่นนี้สามารถทำได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า สามารถทำได้หมดทุกอย่าง เงินก็ได้ สิ่งของก็ได้ โครงการก็ได้ หรือการแนะนำก็ได้ ซึ่งขณะนี้เขาก็ทำกันอยู่ ก็ขอให้รอดูรายละเอียดกัน ซึ่งตนไม่ทราบว่า เมื่อไหร่ ดีไม่ดีอาจจะส่งวันนี้ก็ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่ามีความติดขัดในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณเงินช่วยโควิด 30 ล้านบาท ของสำนักนายกฯ ที่เปิดรับบริจาคที่จะต้องมีการแก้ไขระเบียบเพื่อนำเงินออกมาใช้ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มีการแก้ไขใดๆ ทั้งสิ้น มีแก้แต่เรื่องอื่น ไม่มีเรื่องนี้

นายวิษณุ กล่าวถึงการประกาศใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินแก้ปัญหาโควิด-19 ที่จะครบกำหนดวันที่ 30 เม.ย.ว่า ไม่มีการหารือเรื่องของการขยาย แต่ทั้งนี้หากจะมีการขยาย นายกฯ จะต้องนำเข้าที่ประชุมครม.ก่อนวันที่ 30 เม.ย.ที่จะครบกำหนด และหากจะเป็นกรณีฉุกเฉิน เร่งด่วน มาตรา 5 ของพ.ร.ก.ฉุกเฉินได้ระบุให้นายกฯ สามารถประกาศไปก่อนโดยไม่ต้องเข้าครม.ก็ได้ จากนั้นค่อยรีบนำเข้าครม.ภายหลัง เพราะถ้าไม่ทันก็ต้องทำเช่นนี้ ซึ่งสามารถบอกกันก่อนได้ ไม่ต้องจู่โจม ที่เขาเขียนว่าประกาศก่อนแล้วค่อยไปขอนั้นเขาหมายถึงกรณีก่อการร้าย

ผู้สื่อข่าวถามว่าในที่ประชุมวันนี้มีการหารือถึงการผ่อนปรนกฎหมายอะไรในวันศุกร์นี้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เพราะข้อมูลทั้งหมดทุกคนรายงานมาที่นายกฯ ซึ่งท่านจะนำไปตัดสินใจเองเนื่องจากท่านต้องชั่งน้ำหนักหลายอย่าง และไม่จำเป็นต้องนำเข้าครม. ขึ้นอยู่กับนายกฯ เลย เพราะทุกคนให้ข้อมูลไปแล้ว

“การออกมาตรการต่างๆ ขึ้นอยู่กับนายกฯ แต่นายกฯ อาจนำมาหารือในที่ประชุมครม.ก็ได้ หรืออาจจะเรียกผู้เกี่ยวข้องบางรายมาหารือก็ได้ ไม่เช่นนั้นจะเรียกว่าสถานการณ์ฉุกเฉินหรือ”

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการห้ามขายสุรา ที่ครบกำหนดวันนี้จะมีการขยายต่อหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของกทม.ที่จะพิจารณา แต่รัฐบาลตั้งใจว่า ต่อไปหากจะต้องขยายก็ควรจะปรับให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ เพราะขณะนี้แต่ละจังหวัดคำสั่งไม่เหมือนกันก็เลยอาจจะยุ่ง อย่างการประกาศเคอร์ฟิว รัฐบาลประกาศห้าม 22.00- 04.00 น. แต่ทางกทม.ประกาศ 22.00-05.00 น.เพราะกทม. ประกาศก่อนที่รัฐบาลประกาศ แต่หากมีการทบทวนเรื่องการขยายเวลาการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะขยายกี่วันก็แล้วแต่ ก็ต้องตัดให้เข้ามาสู่ระบบเดียวกันให้หมดเพื่อเลิกก็จะได้เลิกเหมือนกัน ผ่อนก็ผ่อนคล้ายกัน

เมื่อถามว่า มีการพูดกันถึงปัญหาความลักลั่นของหน่วยงานอย่างการขนส่งที่จ.ตรัง หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า มีพูดถึง ซึ่งได้ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยและผบ.สส.ไปช่วยดูด้านนี้เพราะในความเป็นจริงการขนส่งสินค้าสามารถทำในระหว่างเคอร์ฟิวได้อยู่แล้ว แต่บังเอิญกรณีนี้มีซ้อนกัน 3 ประเด็นจึงทำให้เจ้าหน้าที่ลำบากใจ คือ 1. เป็นการขนส่งในเวลาเคอร์ฟิว 2. ข้ามจังหวัดและ 3. ไม่ใช่สินค้าที่เราเข้าใจกัน หรือยกเว้น ซึ่งกรณีอย่างนี้นายกฯ ได้สั่งการแล้วว่า ควรจะมีการผ่อนผันผ่อนคลายหรือให้เขาช่วยจัดระเบียบปรับให้เข้าหลักเกณฑ์

ทั้งนี้โดยหลักแล้วรัฐบาลเอื้อและส่งเสริมให้ทำแบบนี้ เพียงแต่ว่าควรให้เป็นระเบียบแบบแผนหน่อย ไม่เช่นนั้นจะเกิดการแอบอ้างกันขึ้น คือเอาอะไรขนส่งไปก็ได้ ดังนั้นข้อสั่งการในวันนี้คือพยายามไปคลี่คลายให้ดีๆ อย่าใช้อารมณ์กัน

เมื่อถามถึงกรณีที่มีห้างสรรพสินค้าส่งหนังสือถึงผู้ประกอบการให้เตรียมตัวจะเปิดในวันที่ 1 พ.ค.นี้ จะต้องมีการออกระเบียบอะไรหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่าไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ เพราะยังไม่มีการพูดถึงเรื่องการขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินเลย มีแต่ทุกคนรายงานสถานการณ์ที่ผ่านมาให้นายกฯ ฟัง ทั้งเรื่องของหน้ากากอนามัย หรือคนที่ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว หรือรายงานผู้ติดเชื้อ ฯลฯ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดอยู่ที่นายกฯ และอยู่ที่นายกฯ จะตัดสินใจอย่างไร หรืออาจจะเอาเข้าครม.หรืออาจจะเรียกบางกลุ่มมาก็ได้