แท็กซี่ดับปริศนาข้างรถ ภรรยาบอกไอแห้งๆ-เจ็บคอมาครึ่งเดือน

12 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Chanapot

  • สมาชิกเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 864
วานนี้( 13 เม.ย.63) เมื่อเวลา 18.00 น. ร.ต.ท.ภูริภัทร  ศรีพจน์ธรรม รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีคนขับแท็กซี่นอนเสียชีวิตอยู่บนลานดินวางเปล่า ตรงข้ามสนามฟุตซ้อม หมู่ 2 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ เดินทางเข้าตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุบริเวณหลังแท่งปูแบริเออร์ ที่ตั้งปิดทางเข้าลานดินดังกล่าวได้พบศพชายอายุ 49 ปี นอนตะแคงงเสียชีวิตอยู่กับพื้นที่ข้างแท่งปูนแบริเออร์ ด้านนอกมีรถแท็กซี่ของผู้ตายจอดติดเครื่องยนต์อยู่ จากการตรวจสอบตามร่างกายของผู้เสียชีวิตไม่พบร่องรอยหรือบาดแผลการถูกทำร้ายแต่อย่างใด และจากการตรวจสอบภายในรถแท็กซี่ของผู้ตายพบทุกอย่างยังอยู่เป็นปกติไม่มีร่องรอยการถูกรื้อค้นแต่อย่างใด มีเพียงกระปุกเจลล้างมือและกระปุกแบบฉีดที่บรรจุแอลกอฮอลล์เอาไว้ให้ผู้โดยสารไว้ฉีดล้างมือวางอยู่ข้างคันเกียร์จำนวน 2 ขวดเท่านั้น จึงได้มอบศพให้มูลนิธิบรรจุถุงซิปปิดผนึกนำส่งชันสูตรที่สถานบันนิติเวช



 จากการสอบถามภรรยาผู้ตาย ได้เล่าว่า ก่อนหน้านี้ผู้ตายมีอาการไอแบบแห้ง ๆ และมีอาการเจ็บคอมาได้ประมาณ 2 อาทิตย์แล้ว แต่ไม่มีไข้หรือป่วยแต่อย่างใด ผู้ตายจึงได้ยังคงตระเวนขับแท็กซี่รับส่งผู้โดยสารตามปกติ และช่วงนี้เป็นช่วงที่รัฐบาลประกาศเคอร์ฟิว ผู้ตายก็จะออกขับรถรับส่งผู้โดยสารในช่วงเวลาประมาณ 04.00 น.ไปจนถึง 10.00 น. และกลับเข้าบ้านก่อนที่จะออกวิ่งรับผู้โดยสารอีกครั้งในช่วง 16.00 น.ไปจนถึง 22.00 น.และก็กลับเข้าบ้าน โดยก่อนเกิดเหตุผู้ตายพึ่งขับรถออกจากบ้านมาซึ่งอยู่ในซอยที่เกิดเหตุ ได้เพียงพักใหญ่ก็มีเพื่อนบ้านโทรมาบอกว่าผู้ตายมานอนเสียชีวิตอยู่ริมถนนดังกล่าวโดยไม่ทราบสาเหตุ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของ ภรรยาผู้ตายพบว่ามีอุณหภูมิปกติ และได้แนะนำให้ทำการกักตัวเองอยู่ในบ้าน 14 วันเพื่อสังเกตอาการโควิด-19 เนื่องจากการที่ผู้ตายมีอาการไอแบบแห้ง ๆ และเจ็บคอ ซึ่งคาดว่าในระหว่างที่ผู้ตายขับรถออกมาจากบ้านมาถึงที่เกิดเหตุและอาจปวดปัดสวะะ จึงจอดรถและลงไปปลดทุกข์ ก่อนที่ล่มฟุบเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่าผู้ตายเสียชีวิตด้วยเหตุใด คงต้องรอผลการชันสูตรของนิติเวชออกมาเสียก่อนถึงจะสามารถระบุได้ว่าผู้ตายเสียชีวิตด้วยสาเหตุอะไร