พยาบาลช็อก! ชายกักตัวหาเชื้อ โควิด คลั่งพังห้องผู้ป่วย ดิ่งชั้น 8รพ.ดับ

12 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ dsmol19

  • สมาชิกขาประจำ
  • *
  • กระทู้: 1954
เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 13 เม.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ รับแจ้งเหตุมีผู้พลัดตกจากอาคารภายในโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งพื้นที่ จ.สุมทรปราการ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูชุดเผชิญภัยโควิด-19

ที่เกิดเหตุระเบียงชั้น 2 ของอาคารพบศพชายชาวจังหวัดนราธิวาส อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นผู้ถูกกักกันตัวเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 สภาพสวมกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน ไม่ใส่เสื้อ นอนคว่ำหน้าจมกองเลือด โดยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บศพได้สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอย่างมิดชิด เข้าทำการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น และเก็บศพใส่ถุงซิบอย่างดี

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่รายหนึ่งทราบว่า ผู้ตายเดินทางกลับมาจากประเทศอินโดนีเซียผ่านทางสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากไปประกอบกิจกรรมทางศาสนา และจะต้องถูกกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ซึ่งผู้ตายเข้ารับการกักตัวตรวจหาเชื้อโควิด-19 แล้วเป็นเวลา 13 วัน และจะถูกปล่อยตัวกลับบ้านที่จ.นราธิวาสในวันรุ่งขึ้น

เจ้าหน้าที่สวมชุดป้องกันโควิด-19 เข้าทำการตรวจสอบศพ
เจ้าหน้าที่สวมชุดป้องกันโควิด-19 เข้าทำการตรวจสอบศพ

สอบสวนทราบต่อว่า สำหรับผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของผู้ตายนั้น พบว่าเป็นลบ ไม่ติดเชื้อแต่อย่างใด กระทั่ง ก่อนเกิดเหตุผู้ตายพักรักษาตัวอยู่ในห้องปลอดเชื้อที่โรงพยาบาลจัดเตรียมไว้ โดยภายในห้องมีผู้ที่ถูกกักกันทั้งหมด 4 ราย

สอบสวนทราบอีกว่า ระหว่างนั้นผู้ตายเกิดอาการคลุ้มคลั่งอาละวาดขึ้น จนถูกผู้ที่ถูกกักกันรายอื่นไล่ออกมาจากห้อง จากนั้น ผู้กักกันที่เหลือจึงล็อกประตูจากด้านในไม่ให้ผู้ตายเข้าห้องรักษา ทำให้เกิดความเครียดและทุบทำลายข้าวของ จนพยาบาลที่เข้าเวรอยู่ พยามเข้ามาห้ามแต่เอาไม่อยู่ เนื่องจากมีแต่พยาบาลหญิงจนต้องเรียกเจ้าหน้าที่รปภ.ขึ้นมาช่วย

เคลื่อนย้ายศพส่งชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง
เคลื่อนย้ายศพส่งชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง



"โดยเจ้าหน้าที่พยามเกลี้ยกล่อมให้สงบสติอารมณ์และพูดคุยปลอบใจผู้ตาย เนื่องจากกำลังจะได้กลับบ้านเช้าวันนี้ แต่ผู้ตายกลับปีนออกที่หน้าต่างซึ่งเป็นบานกระจก จากนั้น กระโดดจากชั้น 8 ตกลงมาที่ชั้น 2 ของอีกอาคารข้างๆ กัน หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พยาบาบและแพทย์พยามเข้าช่วยเหลือชีวิตแต่พบว่าเสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามระบบที่กำหนดไว้ ส่วนสาเหตุคาดมาจากความเครียด" เจ้าหน้าที่รายหนึ่ง ระบุ