พิษณุโลกลุยสแกนปชช. 8 แสนราย ค้นหาคนติดโควิด-19

11 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Fern751

  • สมาชิกเต็มตัว
  • *
  • กระทู้: 817
ผู้ว่าเมืองสองแควฯรับมอบเทอร์โมสแกน 2 พันเครื่องเตรียมแสกน ชาวพิษณุโลก 8 แสนกว่าคนค้นหาโควิด-19
วันนี้ ( 8 เม.ย. 63 )เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นายกฤชเพชร เพชระบูรณิน หัวหน้าผู้ตรวจราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ได้นำเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย จำนวน 2,000 ชุด มอบให้กับจังหวัดพิษณุโลก ตามมติเห็นชอบของกระทรวงมหาดไทยที่ต้องการดำเนินการพัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับวางแผนและติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 โดยได้เลือกจังหวัดนำร่อง 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก ภูเก็ต และจังหวัดมหาสารคาม โดยในวันนี้นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้เป็นผู้รับมอบเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ จำนวน 2,000 เครื่อง จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย



นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่เราจะให้จังหวัดของเราเป็นพิษณุโลกโมเดล เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิที่รับมาในวันนี้ จะนำมาใช้ในเรื่องของการตรวจเชื้อโควิด-19 ในเขต สคร.2 โดยจะสงวนไว้ให้คนที่ สัมผัสสูง มีความเสี่ยงสูง มีอาการ ไอ อุณหภูมิสูง เจ็บคอ น้ำมูก สัมผัสผู้ป่วย ซึ่งวันนี้ได้รับมอบจากอธิบดีป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย นำมามอบให้กับ 3 จังหวัดนำร่อง คือ พิษณุโลก ภูเก็ต และมหาสารคาม

ในส่วนของจังหวัดพิษณุโลก ทั้ง 2,000 เครื่องนี้จะถูกส่งไปที่อำเภอ ที่พร้อมก่อน เพื่อตรวจค้นทุกคนในอำเภอ และจะเรียลไทม์บันทึกผ่านแอพพลิเคชั่นสำหรับวางแผนและติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ซึ่ง ณ ตอนนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้มีคำสั่งถอด อสม.ออกจาการอยู่ด่านประจำหมู่บ้านแล้ว เพื่อให้ อสม.มาทำหน้าที่วัดอุณหภูมิของประชาชน



เนื่องจากจำนวนของ อสม.ที่มีน้อย จึงต้องใช้ อปพร.มาร่วมด้วย ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้ เราจะสามารถคาดการณ์ได้ว่าเรามีผู้ป่วย ที่ต้องดูแล จำนวนเท่าไหร่ ก็จะกลายเป็นกลุ่มที่เราต้องเข้าไปดูแล เอาใจใส่พิเศษ



โดยจะเริ่มแจกให้กับอำเภอรอบนอกก่อน พิษณุโลกเรามีประชากรประมาณ 860,000 ตน เราต้องการตรวจวัดอุณหภูมิทุกคน ซึ่งเครื่อง 2,000 เครื่องวันนี้เราไม่ได้เอามาประจำด่านตรวจ แต่เราจะให้ อสม.ลงไปถึงหน้าประตูบ้านประชาชนทำการตรวจวัดทุกคน เพราะเรามีความประสงค์ที่จะดูแประชาชนและกลุ่มเสี่ยง พิษณุโลก จะเริ่มดำเนินการวันนี้เป็นวันแรก เพื่อจะช่วยชาวพิษณุโลก ก้าวข้ามวิกฤติไวรัสโควิด-19 นี้ไปด้วยกัน

นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้บอกต่ออีกว่า ในช่วงวิกฤติเช่นนี้เราก็ต้องดูและป้องกันในเรื่องของมิจฉาชีพ ที่จะแฝงตัวไปในคราบของ อสม.ด้วย จึงมีคำสั่งให้ อสม.หมู่บ้านตั้งกลุ่มไลน์ ขึ้นมาเพื่อจะรายงานตลอดเวลาว่าวันนี้ใครออกปฏิบัติภารกิจบ้าง เพื่อจะแจ้งประชาชนว่าหากมีคนแปลกหน้าไม่ใช่เวรตรวจวัดอุณหภูมิก็สามารถป้องกันตัวเองโดยไม่อนุญาตให้เข้าไปตรวจอุณหภูมิเด็ดขาด



ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ยังไม่ได้พูดถึงบุตรสาวที่ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว ที่ จ.มุกดาหาร ที่ผ่านมาแต่อย่างใด ได้แต่คงเน้นย้ำให้ประชาชนเข้มงวดในเรื่องของมาตรการ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ห้ามออกนอกเคหะสถานตั้งแต่เวลา 22.00 น.- 04.00 น.ของวันรุ่งขึ้น ผู้ใดฝ่าฝืนข้อนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งหากใครทำผิด ฝ่าฝืน โดยไม่มีเหตุอันควรที่ต้องยกเว้น ก็ต้องส่งดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น



ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ยังเน้นย้ำต่ออีกว่าขณะนี้ จ.พิษณุโลกของเรายังไม่ได้ปิดจังหวัดเหมือนที่อื่น จังหวัดพิษณุโลกยังสามารถเข้า-ออกได้ เพียงแต่ต้องทำตามกฏระเบียบที่ตั้งไว้



ซี่งขณะนี้ผู้ติดเชื้อ ของพิษณุโลก มีจำนวน 5 ราย และยังคงที่ แต่เมื่อใดก็ตามหากเราเห็นว่าสถานการณ์เริ่มบานปลาย ควบคุมไม่อยู่ เราอาจจะต้องมีคำสั่งปิดจังหวัดห้ามเข้า-ออก เหมือน จ.พังงา หรือ จ.ภูเก็ต ต่อไป