ผวจ.โพสต์ Save Udon แจ้งติดเชื้อแล้ว 6 คน วอนปชช.อยู่บ้าน

20 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ Cindy700

  • สมาชิกขาประจำ
  • *
  • กระทู้: 3032
พ่อเมืองอุดรฯ โพสต์เฟซบุ๊ก แจ้งข่าว พบพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มเป็น 6 คน วอนประชาชน ถึงเวลาแล้วที่จะหยุด และอยู่บ้าน

วันที่ 24 มีนาคม เฟซบุ๊กนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.อุดรธานี ได้โพสต์รายงานสถานการณ์เกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 และผู้ป่วยในพื้นที่ จ.อุดรธานี ประจำวันที่ 24 มีนาคม 2563 ว่า "พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม จำนวน 2 ราย รวมผู้ติดเชื้อในอุดรธานี 6 ราย ถึงเวลาแล้วหรือยัง หยุดแล้วอยู่บ้าน SaveYourself"

ผู้ว่าราชการอุดรธานี ยังโพสต์ต่อว่า มันถึงเวลาหรือยังที่หันกลับมาดูแล และให้ความร่วมมือ เปลี่ยนจากคำตำหนิมาเป็นการให้กำลังใจกันดีกว่าครับการตรวจรถโดยสารทุกคันตรวจทุกคน สกัดเชื้อไวรัสเข้าอุดรธานี ผมได้สั่งจนท.ทุกส่วน ตั้งด่านตรวจกันทั้งวันทั้งคืน ตลอด 24 ชม. ย้ำตลอด 24 ชม. ตรวจวันนึงเกือบพันคน อยากให้คนที่ไม่เคยเห็นว่าเราทำอะไรเพื่อคนอุดร ได้กรุณาอ่านและดูบ้างครับ ท่านใดอยากจะออกมาช่วยสนับสนุนคนทำงาน เรายินดีต้อนรับครับ ท่านใดไม่ช่วย ก็ขอให้อยู่บ้านเฉยๆ นะ กำลังใจ ถ้ามีให้กันไม่ได้ ก็ขออย่าเอ่ยคำใดๆ ที่ทำให้คนทำงานเขาเสียกำลังใจเลยครับ ทุกคนทำงานบอกตรงๆ นะครับไม่มีเบี้ยเลี้ยงสักบาท เสี่ยงก็เสี่ยงอดหลับอดนอนแต่ไม่มีใครบ่นสักคำ

"อุดรธานี คือจังหวัดแรกที่ตั้งด่านสกัดตรวจคัดกรองคนบนรถโดยสารทุกคัน และกำลังขยายผลไปสู่จังหวัดอื่นๆ ใครจะชมกับสิ่งที่เราทำให้คนอุดรแบบนี้ มันก็เป็นกำลังใจให้เรา หรือจะไม่ชม ก็ไม่เป็นไรครับ แต่พวกเราทุกคน ภูมิใจอย่างที่สุด ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ว่าดี ให้คนอุดรธานีทั้ง 1.6 ล้านคน เราจะทำต่อไป ไม่มีหยุด จนกว่าพี่น้องประชาชนจะปลอดภัยครับ Save Yourself Save Udon เพื่อลูกหลานพี่น้องชาวอุดรธานี"

พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ยังได้ออกประกาศคำสั่งที่ 4 คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุดรธานี เรื่อง มาตรการ เฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) แจ้งว่า ขณะนี้สถานการณ์การระบาดของโรค ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ผู้ว่าราชการจ.อุดรธานี โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อ จ.อุดรธานี มีมติเห็นชอบดังนี้ ร้านอาหารหรือร้านจำหน่ายเครื่องดื่ม ให้เปิดจำหน่ายเฉพาะอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น หากจะให้บริโภคภายในร้าน จะต้องจัดสถานที่ให้เป็นไปตามแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดกระจายเชื้อ และจัดที่นั่งของแต่ละบุคคลและการต่อคิวเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตรขึ้นไป (Social Distancing) และจะต้องไม่มีการขาย จ่าย แจก แลกเปลี่ยน หรือนำสุรา หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อดื่มกันภายในบริเวณร้าน ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 12 เมษายน 2563

ที่ศาลากลาง จ.อุดรธานี นายฤทธิเดช โคตรสาร ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป จังหวัดอุดรธานีดำเนินการคุมเข้มพื้นที่ในศาลากลางจังหวัดอุดรธานี โดยจัดให้ประชาชนและข้าราชการเข้าประตูทางด้านหน้าเพียงประตูเดียว พร้อมให้มีการวัดไข้และให้ทุกคนที่ผ่านเข้าออกล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ก่อนเข้าทำงานและก่อนติดต่อราชการเพื่อเป็นการคุมเข้มในการป้องกันและแก้ไขปัญหา โควิด-19 ไม่ให้เข้ามาในพื้นที่ของศาลากลางจังหวัดอุดรธานี เพราะพื้นที่แห่งนี้มีหน่วยงานราชการตั้งอยู่ประมาณ 30 หน่วยงาน มีข้าราชการ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติราชการอยู่เกือบ 500 คน และมีประชาชนมาติดต่อราชการหลายหน่วยงานตลอดทั้งวัน ทั้งหมดนี้เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชน โดยจะตรวจวัดไข้ และเข้มงวดไปอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะคลี่คลาย

ส่วนบริเวณหน้าโรงพยาบาลโนนสะอาด ถนนมิตรภาพ ขอนแก่น-อุดรธานี อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี (เขตติดต่อ อ.เขาสวนกวาง ขอนแก่น) นายธวัชชัย ศรีทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อม นายอำเภอโนนสะอาด นำทีมจัดตั้งศูนย์คัดกรองประชาชนผู้เดินทางมาจาก กทม. เพื่อกลับภูมิลำเนา มีนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี ตำรวจ ท้องถิ่นจังหวัด ขนส่งจังหวัด, ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ประชาสัมพันธ์จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมปฏิบัติหน้าที่เปลี่ยนผลัด ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตรวจคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางจาก กทม. และพื้นที่สุ่มเสี่ยงกลับภูมิลำเนาของตนเอง ด้วยการวัดอุณหภูมิภายในร่างกาย จัดทำประวัติการเดินทาง ตามข้อสั่งการของกระทรวงมหาดไทย หากพบผู้มีไข้ จะแยกออกมาทำการรักษาทันที ไม่ให้เดินทางเข้าชุมชน แพร่เชื้อ