โรคไทรอยด์เป็นพิษ

42 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ guupost

  • สมาชิกระดับสูง
  • *
  • กระทู้: 15057


ต่อมไทรอยด์ จัดเป็นต่อมไร้ท่อที่สำคัญของร่างกายตั้งอยู่บริเวณหน้ากล่องเสียง รูปร่างคล้ายผีเสื้อ ซึ่งทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ 2 ชนิด ซึ่งมีบทบาทในการควบคุมการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย การผลิตฮอร์โมนนั้นจะถูกควบคุมด้วยต่อมใต้สมองอีกทอดหนึ่ง

ไทรอยด์เกินมีหลายสาเหตุ
- โรคคอพอก เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากภูมิคุ้มกันของร่างกายไปกระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์หลั่งฮอร์โมนไทรอยด์จนมากผิดปกติ โรคนี้พบได้ในวัยกลางคน ช่วงอายุ 20-40 ปี ซึ่งสามารถพอได้ทั้งในเพศชายและหญิง อาการที่พบเช่น คอพอกเนื่องจากการเพิ่มขนาดของต่อมไทรอยด์ ตาโปน อาจทำให้เยื่อบุตาแดง อักเสบ กลอกตาลำบากและมองเห็นภาพซ้อน
- ก้อนที่ต่อมไทรอยด์ ซึ่งก้อนเหล่านี้สามารถผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ได้เหมือนเนื้อเยื่อของต่อมไทรอยด์ปกติ
- ต่อมไทรอยด์อักเสบ เกิดจากต่อมไทรอยด์อักเสบชั่วคราวจากภูมิคุ้มกัน ซึ่งการอักเสบทำให้มีการหลั่งฮอร์โมนไทรอยด์ออกมาเพิ่มขึ้น สามารถพบได้ในสตรีหลังคลอดบุตรโดยไม่มีอาการปวด
- ต่อมไทรอยด์อักเสบที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส จะมีอาการปวดบริเวณต่อม ต่อมโต กดเจ็บ หลังจากการติดเชื้อดีขึ้นจะเกิดภาวะไทรอยด์ต่ำตามมาได้
- ทานยาลดระดับฮอร์โมนไทรอยด์มากเกินไป เป็นเหตุให้ร่างกายมีฮอร์โมนสูงผิดปกติ

อาการของโรคไทรอยด์เป็นพิษเป็นเช่นไร
- กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ
- อ่อนแรงโดยเฉพาะบริเวณต้นแขน ต้นขา เป็นเหตุให้ยกแขนหรือเดินขึ้นบันไดลำบาก
- มือสั่น
- ร้อนง่าย
- ใจเต้นเร็ว แรง
- อ่อนเพลีย
- กินจุ แต่น้ำหนักลด
- ลำไส้บีบตัวเร็ว ทำให้ถ่ายบ่อยหรือถ่ายเหลว

โรคไทรอยด์เป็นพิษวินิจฉัยได้อย่างไร
การตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ในเลือด เป็นวิธีขั้นต้นในการตรวจว่าฮอร์โมนมากเกินหรือเปล่า จากนั้นจึงตรวจเพื่อหาสาเหตุต่อไปอาทิเช่น การทำไทรอยด์สแกน

วิธีการรักษามีอะไรบ้าง
- การใช้ยาประกอบด้วยยาลดการสร้างฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์และยาลดอาการใจสั่น  ระยะเวลาของการกินยาจะอยู่ที่ราว 1-2 ปี ผู้ป่วยประมาณ30% สามารถรักษาจนหายขาดได้ ถ้าอาการเป็นน้อยโอกาสหายขาดจะสูงขึ้นเป็นร้อยละ 50-70 กรณีตัวโรคไม่สามารถควบคุมได้ด้วยยา อาจพิจารณารักษาด้วยการกลืนแร่หรือการผ่าตัดต่อไป ในผู้ป่วยที่ไม่รักษาด้วยวิธีดังกล่าวก็สามารถทานยาต่อในระยะยาวก็ได้ การใช้ยาในระยะยาวมีข้อควรระวังในสตรีตั้งครรภ์เพราะยาไทรอยด์บางชนิดก่อให้เกิดความพิการต่อทารกได้ นอกจากนี้ต้องตรวจเม็ดเลือดขาวเพื่อติดตามภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำที่เป็นผลข้างเคียงที่สำคัญของยาอย่างเสมอ
- การกลืนแร่ไอโอดีน เป็นการใช้สารรังสีที่บรรจุเป็นแคปซูลหรือน้ำโดยต้องรับการดูแลในโรงพยาบาลในช่วงที่ได้รับสารรังสี เมื่อกินเข้าไปในร่างกายประมาณ 6-18 อาทิตย์สารนี้จะไปทำลายเนื้อเยื่อของต่อมไทรอยด์อย่างถาวรและมีความปลอดภัย ผู้ป่วยเป็นส่วนใหญ่รักษาเพียงครั้งเดียวแต่หากต่อมไทรอยด์มีขนาดใหญ่มากอาจจำเป็นต้องกลืนแร่มากกว่าหนึ่งครั้ง ในช่วง 3-7 วันหลังรับการเข้ารับการรักษาอาจมีสารรังสีกระจายออกมาจากร่างกายจึงไม่ควรอยู่ใกล้ชิดเด็กหรือสตรีมีครรภ์ และไม่ควรตั้งครรภ์ในระหว่างที่รักษาด้วยวิธีนี้
- การผ่าตัด ในกรณีที่ไม่สามารถรักษาด้วย 2 วิธีข้างต้นได้ ผู้ที่มีปัญหาหลอดลมและทางเดินหายใจถูกกดเบียดโดยต่อมไทรอยด์ที่มีขนาดใหญ่หรือสงสัยมะเร็งของก้อนที่ต่อมไทรอยด์ โดยผ่าตัดเอาต่อมไทรอยด์ออก อย่างไรก็ตามอาจทำให้ผู้ป่วยมีระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำและต้องทานฮอร์โมนทดแทนหลังการผ่าตัด  การผ่าตัดอาจเอาต่อมพาราไทรอยด์ออกไปด้วยจะทำให้เกิดระดับแคลเซี่ยมในเลือดเสียสมดุล หรือมีเสียงแหบเนื่องจากผ่าตัดถูกเส้นประสาทที่มาเลี้ยงกล่องเสียงนั่นเอง

ท่านสามารถติดตามอ่านอ่านเนื้อหาของเรื่องไทรอยด์เป็นพิษต่อ หรืออ่านเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพดี ๆ อีกมากมายได้ที่
Website : https://www.honestdocs.co/hyperthyroidism