มารู้ทัน โควิด-19 เฟส 3 วัดอย่างไร

16 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ Ailie662

  • สมาชิกขาประจำ
  • *
  • กระทู้: 2259
รัฐบาล ยังยืนยันว่า สถานการณ์ โควิด-19 ยังอยู่ในเฟส 2 ยังไม่ไปถึง เฟส 3 แต่ต่อไปเราจะรู้ได้อย่างไรว่าประเทศไทยเข้าสู่เฟส 3 แล้วหรือไม่ มีอะไรเป็นตัวชี้วัด อย่างไรก็ตามไม่สำคัญเท่า เราเตรียมพร้อมรับมือป้องกันดีแค่ไหน
     ล่าสุด รัฐบาลยังยืนยันว่าสถานการณ์Covid-19 ยังอยู่ เฟส 2  ยังไม่ถึง เฟส 3

         ดร.นพ. พรเทพ ศิริวนารังสรรค์  กรรมการวิชาการโรคติดต่อ และนายกสมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย  หรือเจ้าของฉายา"หมอกล้วยน้ำว้า " อธิบายว่า การจะเข้าสู่การแพร่ระบาดเฟส 3 หรือไม่นั้น ไม่ได้ชี้วัดกันด้วยปริมาณแต่มีตัวชี้วัด ดังนี้

   1. มีการระบาดเกิดขึ้นในหลายจังหวัด หลายอำเภอและหลายตำบล

 2. มีการระบาดติดต่อกันเกิน 4 ทอด สำหรับประเทศไทย ณ เวลานี้ การติดต่อหยุดลงในทอดที่ 2 และมีประปรายในทอดที่ 3

  3. มีการระบาดติดต่ออย่างรวดเร็ว เพิ่มสูงขึ้นภายในระยะเวลาอันสั้น อย่างเช่นเกิดขึ้นในประเทศแถบยุโรป ซึ่งการระบาดบานปลาย จนจับต้นชนปลายไม่ได้ว่าใครติดจากใคร ซึ่งในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุขสอบสวนโรคจนรู้ว่าติดมาจากใคร และจะไปติดที่ใคร ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำงานเกิน 100% โดยประชาชนมีส่วนในการช่วยหยุดยั้ง

           

    อย่าตระหนกตกใจว่าถึงเฟสไหน.. แต่สิ่งที่ประชาชนและชุมชนต้องทำ คือ เตรียมความพร้อมป้องกันตนเองและคนในชุมชน และสิ่งที่ "หมอ" อยากขอร้อง

 1. พื้นที่ในกรุงเทพ และทุกชุมชน ต้องมีกรรมการระดับพื้นที่ เรามี อสม.และ อสส. หากพื้นที่ใดยังไม่มีต้องจัดตั้ง"กรรมการระดับชุมชน" สำรวจภายในชุมชนของตนเอง กรณีหมู่บ้านจัดสรรหรือคอนโดมิเนียมนิติบุคคล ต้องวัดไข้คนเข้าเพื่อช่วยกันตรวจสอบว่าใครป่วยเป็นการช่วยกันเฝ้าระวังร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข

2 .ยกเลิกการเดินทางไปต่างประเทศทั้งหมดอย่าไปเสียดายเงินเพราะกลับมาต้องกักตัว 14 วัน มันไม่คุ้ม

3 .เลิกจัดงานที่มีคนเข้าร่วมเกินกว่า 100 คนขึ้นไป

4.หน้ากากผ้าเพียงพอสำหรับประชาชน ใช้ผ้าคอตตอน ซักได้เป็น 100 ครั้ง

5. ล้างมือ แอลกอฮอล์เจลดีกว่าสบู่แน่นอนเพราะฆ่าเชื้อโรคตาย 100% ตายสนิทและยังออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคได้ต่อเนื่องอีก 4 นาที

6. กิน ร้อน ช้อนกลาง โดยช้อนกลางในที่นี้คือช้อนกลางประจำตัว เราจับคนเดียว ไม่ใช่ช้อนกลางที่ทุกคนหยิบจับ

7 .ใครไปในพื้นที่เสี่ยงของการแพร่ระบาดต้องแยกตัวเอง ทุกคนต้องมีวินัยอย่างยิ่งยวด ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น กินอาหารจานเดียว เพราะมิเช่นนั้นคนที่คุณรักที่สุดซึ่งก็คือพ่อแม่จะป่วย และจะตายง่ายที่สุด

    เราผ่านมาแล้ว 2 เดือน ผ่านมาได้ขนาดนี้ถือว่าเก่งมาก เราต้องผ่านไปได้ แต่ถ้ามีคนป่วยเข้ารับการรักษาพยาบาลพร้อมกันมากๆ เราจะผ่านไปไม่ไหว เจ้าหน้าที่ที่มีจะไม่พอดูแล วันนี้ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมทีมงานทุกเช้า จัดหาหน้ากากอนามัย ชุดป้องกัน และหน้ากากชนิด N95 ให้กับเจ้าหน้าที่ซึ่งมีส่วนสำคัญในการดูแลผู้ป่วย ไม่ต้องตกใจเฟส 3 จนประสาทกิน ถ้ากลัวไม่ต้องเข้าลิฟต์ เดินขึ้นบันไดออกกำลังกาย พกแอลกอฮอล์เจล เรื่องการกักตัว 14 วัน จะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่เมื่อเผชิญเหตุเสี่ยงใหม่ทุกครั้ง

    อย่าไปกลัวว่าจะมีคนไทยกลับเข้ามาอีก เราต้องเตรียมประเทศและชุมชนให้พร้อม ไม่ที่ไหนจะดูแลกันได้ดีเท่าบ้าน แนวคิดการปิดศูนย์กักกันโรคก็เพราะไม่ต้องการให้มีคนมาอยู่รวมกันมากๆ เพราะคนที่ไม่ติดก็อาจจะติดเหมือนที่เกิดขึ้นกับกรณีเรือสำราญ
     คำถามคือชุมชนจะดูแลกันอย่างไร คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศมีเป็น 10,000 คน ถึงอย่างไรพวกเขาก็ต้องกลับมา เมื่อกลับมาแล้วก็ต้องกักตัวไม่ให้ปะปนกับชุมชน ช่วงเวลานี้เราต้องเตรียมประชาชนให้พร้อม คนไทยกลับมาแน่ๆ เพราะเขามีสิทธิ์ที่จะกลับบ้าน และเวลานี้ต่างประเทศไม่ดูแล เพราะเขาเองก็ยังดูแลคนของเขาไม่ได้ทั่วถึง

      การป้องกันคนอื่นก็คือการป้องกันตัวเอง เพราะถ้าเราไม่ป้องกันคนอื่น สุดท้ายปัญหาจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเราเอง การแก้ปัญหาครั้งนี้ต้องไม่ใช่การกวาดขยะเพียงให้พ้นออกจากหน้าบ้านตัวเอง แล้วให้ไปเป็นขยะในพื้นที่อื่น. ประเทศจีนการจัดการกับปัญหาได้ เพราะเขาห้ามคนออกจากบ้าน ติดกล้องหน้าบ้านตรวจจับความเคลื่อนไหวด้วยแอพพลิเคชั่น ใครฝ่าฝืนถูกจับเข้าคุก ดังนั้นก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น ชุมชนควรเข้าไปดูว่าบ้านหลังที่จะมีคนไทยจากต่างประเทศกลับมา บ้านของเขามีห้องแยกหรือไม่ ถ้าไม่มีต้องช่วยกันสร้าง ส่วนคนที่กลับมาก็ทำหน้าที่ของตัวเอง คือกักตัวไม่ไปสุงสิงกับชุมชน ถ้าทำได้กลไกกฏหมายก็ไม่ต้องใช้ เราคงไม่ต้องประกาศมาตรการอะไรเพิ่มเติม เพราะสามารถติดตามคนได้ 100%

    สำหรับร้านอาหาร ควรควรจัดให้มีระยะห่างระหว่างคนนั่ง อย่างน้อย 75 ซ.ม. ไม่ให้ที่นั่งเบียดชิดตัวติดกัน ก่อนเข้าร้านวัดอุณหภูมิ แจกแอลกอฮอล์เจลล้างมือ.ไม่ต้องไปสืบค้นว่าผู้ติดเชื้อเข้าไปร้านไหน เพราะเมื่อทำความสะอาดเชื้อโรคก็หมด ปัญหาคือประชาชน จะป้องกันตัวอย่างไร วันนี้การแพร่ระบาดของโรคมีใน 123 ประเทศ จาก 190 ประเทศทั่วโลก

     ไทยจัดรวมอยู่กลุ่มประเทศที่จัดการกับปัญหาได้ ไม่มียอดผู้เสียชีวิตเพิ่ม อยากให้มีประชาชนมีความหวังว่าเราไม่ได้เลวร้าย แต่จัดการกับนิสัยของคนในชาติไม่ได้ วันนี้ใครมีนัดงานเลี้ยงสังสรรค์เกิน 10 คน ขอให้ยกเลิก เลิกนัดประชุมต่างๆ ขอให้ประชุมกันใน LINE วันนี้ต่างประเทศเครื่องช่วยหายใจไม่พอ เขาต้องเลือกช่วยคนที่อายุต่ำกว่า 65 ปีเท่านั้น ประเทศไทยไม่เป็นอย่างนั้นแน่นอน เพราะกระทรวงสาธารณสุขเตรียมเครื่องมือและเจ้าหน้าที่ไว้รองรับเหตุการณ์

    "เรายืดมาได้หลายเดือนแล้ว นับจากนี้ช่วยกันดูคนข้างๆไม่ทำให้เขาเป็นตัวน่ารังเกียจ เพราะการผลักคนเข้าไป สู่มุมมืด จนติดตามไม่ได้ จะเกิดวิบัติร้ายแรง คนที่กลับมาก็ต้องไม่เข้าร่วมกิจกรรมทุกประเภทแยกอาหาร กินอาหารจานเดียวไม่สุงสิงกับใคร ทุกพื้นที่ต่างก็มีความเสี่ยง ถามว่าถ้ามีคนติดเชื้ออยู่ข้างบ้านเรา เราจะย้ายบ้านหนีได้หรือไม่ สิ่งที่ทำได้คือต้องปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม