จุกหนัก โควิด19 จีนฮ่องกง งดส่งส้มโอทับทิมสยาม เจ๊งร้อยล้าน

26 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ Beer625

  • สมาชิกขาประจำ
  • *
  • กระทู้: 3440
13 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพิษการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลก โดยในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช แหล่งปลูกส้มโอ “ทับทิมสยาม”  ซึ่งส่งผลผลิตไปจำหน่ายในต่างประเทศตลาดใหญ่ที่สุดคือจีน ฮ่องกง ไตหวัน สิงคโปร์ เป็นต้น ทำรายได้เข้าประเทศปีละหลายร้อยล้านบาท โดยก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิส 19 ที่คาดหมายกันว่าในปีนี้ส้มโอทับทิมสยามจากลุ่มน้ำปากพนังจะออกผลิตมากเป็นประวัติการณ์และส่งขายต่างประเทศสร้างรายได้สูงกว่าทุกปีที่ผ่านมาออกมาย่างแน่นอน แต่กลับโชคร้ายจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19 ทำให้ตลาดต่างประเทศงดรับซื้อไปโดยปริยาย

ผู้สื่อข่าวเดินทางลงพื้นที่บ้านบางดุก หมู่ 15 ต.คลองน้อย  อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช แหล่งปลูกส้มโอทับทิมสยามแหล่งใหญ่ที่สุดในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง พบว่าสองฝั่งถนนมีการนำส้มโอทับทิมสยามขนาดต่าง ๆ ออกมาวางจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวและประชาขที่ขับรถผานไปมา และจากการตรวจสอบพบว่าราคาจำหน่ายจะถูกลงกว่าทุกปีที่ผ่านมาประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์เฉลี่ยลูกละ 150-300 บาท จากเดิมราคา 200-450 บาท โดยผู้ที่สัญจรไปมาจอดรถแวะซื้อส้มโอทับทิมสยามอย่างต่อเนื่อง

และที่บ้าน “ทับทิมสยาม” ซึ่งเป็นบ้านของนายสำเร็จ หรือ “ลุงแอ๊ด” กุลคง อายุ 81 ปี เลขที่ 65 หมู่ 15 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นปราชญ์ชาวบ้านต้นตำรับส้มโอทับทิมสยามแห่งลุ่มน้ำปากพนังคนหนึ่งและเป็นเจ้าของสวนส้มโอทับทิมสยามรายใหญ่ “สวนป้าแดง-ลุงแอ๊ด”  พบนางกมลทิพย์ หรือ “พี่มล” กุลคง อายุ 47  ปีบุตรสาว และชาวบ้านนับ 10 คนกำลังช่วยกันตัดแต่งกิ่งส้มโอทับทิมสยามที่เพาะชำและตัดมาจากในสวน นำมาตัดกิ่งเพาะชำก่อนส่งขายให้กับลูกค้าที่สั่งซื้อมาจาก จ.อุบลราชธานี จำนวน 1.5 หมื่นกิ่ง โดยเมื่อตัดกิ่งเพาะชำจากต้นมาแล้วก็จะนำมาตัดแต่งและมัดรวมกันมัดละ 10 กิ่ง ส่งขายให้ลูกค้าในราคากิ่งละ 130-150 บาท โดยได้ชักชวนญาติ ๆ และเพื่อนบ้านมาช่วยกันตัดแต่งกิ่งและมัดรวมกันเตรียมส่งจำหน่าย ซึ่งนางกมลทิพย์ จะจ่ายค่าแรงให้ญาติและเพื่อนบ้านวันละ 400 บาท

ในขณะที่นายสำเร็จ หรือลุงแอ๊ด ได้นำญาติ ๆ และเพื่อนบ้านอีกส่วนหนึ่ง 4-5 คนจะเข้าไปตัดกิ่งส้มโอทับทิมสยามจากต้นในสวนที่อยู่ห่างออกไปกว่า 1 กม. รวบรวมใส่รถยนต์กระบะ และรถ จยย.พ่วงข้างบรรทุกพามาที่บ้าน ซึ่งญาติ ๆ และเพื่อนบ้านที่ช่วยตัดกิ่งเพาะชำจากในสวนก็จะได้ค่าจ้างคละ 400 บาทเช่นกัน ทำให้ญาติ ๆ และเพื่อนบ้านมีรายได้เลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดี  ในขณะเดียวกันนางกมลทิพย์ และญาติ ๆ อีก 2-3 คนจะเก็บผลผลิตส้มโอทับทิมสยามมาจากสวนก่อนจะนำมาคัดไซด์บรรจุกล่อง ๆ ละ 2 ลูกส่งจำหน่ายให้ลูกค้าจากทั่วประเทศที่สั่งซื้อผ่านบริษัทเคอรี่ ที่นำรถยนต์มารับกล่องสินค้าส้มโอทับทิมสยามนำไปส่งไปยังลูกค้าที่สั่งซื้อทุกวัน

นางกมลทิพย์ หรือ “พี่มล” กล่าวว่าเมื่อปีที่แล้วส้มโอทับทิมสยามสวน “ป้าแดง-ลุงแอ๊ด” ส่งจำหน่ายประเทศจีน และฮ่องกงประมาณ 26-28 ตันมูลค่าหลายสิบล้านบาท โดยสวนส้มโอทับทิมสยามทุกแห่งก็ส่งจำหน่ายจีนและประเทศอื่น ๆ มีรายได้จำนวนมากเช่นกัน สามารถนำเงินรายได้เข้าประเทศนับ 100 ล้านบาท ในปีนี้ทุกสวนจึงลงทุนลงแรงในการพัฒนา ดูแลปรับปรุง ตกแต่งสวนส้มโอทับทิมสยามอย่างเต็มที่ ประกอบกับในช่วงปลายปีน้ำไม่ท่วมจึงคาดหมายกันว่าในปีนี้จะมีผลผลิตส้มโอทับทิมสยามในลุ่มน้ำปากพนังออกสู่ตลาดมากกว่าทุก ๆ ปีอย่างแน่นอน แต่ทุกคนต่างฝันสลาย เมื่อมีการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด 19 ไปทั่วโลกทำให้จีน และฮ่องกงตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดประกาศงดรับซื้อส้มโอทับทิมสยามตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563 อย่างสิ้นเชิง ความหวัง ความฝันทุกอย่างหายวับไปในพริบตาและยังไม่รู้ว่าสถานการณ์ไวรัสโควิด 19 จะยาวนานต่อไปแค่ไหน  ชาวสวนส้มโอทับทิมสยามต้องน้ำตาตกในไม่รู้จะขายส้มโอทับทิมสยามออกไปได้อย่างไร หลายสวนที่ถึงช่วงเก็บเกี่ยวแล้วแต่ยังไม่มีตลาดรองรับ ในส่วนของสวนป้าแดง-ลุงแอ๊ด”ช่วงเก็บเกี่ยวเยอะสุดในเดือนเมษายน 2563 ในภาพรวมทั้งประเทศปีนี้ส้มโอทับทิมสยามล้นตลาดเมืองไทยอย่างแน่นอน

“อย่างไรก็ตามในสวนป้าแดง ลุงแอ๊ด นับว่าโชคดีที่ถือว่าไม่ถึงกับวิกฤตินักเพราะที่ผ่านมาเราทำการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ไม่มุ่งส่งออกตลาดต่างประเทศอย่างเดียว จึงยังมีลูกค้าภายในประเทศที่มีการติดต่อซื้อส้มโอทับทิมสยามจากสวนป้าแดง-ลุงแอ๊ดเพื่อนำไปจำหน่ายทั่วประเทศต่อเนื่อง แต่ราคาจะลดลงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์แต่ยังดีกว่าไม่มีตลาดรองรับ และในส่วนของสวนป้าแดง-ลุงแอ๊ด”ถือว่ายังไปต่อได้ไม่ถึงกับวิกฤติเหมือนชาวสวนรายอื่น ๆ  และในปีนี้ถือว่าคนไทยโชคดีที่จะได้มีโอกาสรับประทานส้มโอทับทิมสยามในราคาถูกกว่าปกติทั่วไป  โดยการเลือกซื้อส้มโอทับทิมสยามที่มีคุณภาพนอกจากจะเลือกซื้อที่ผิวและทรงผลส้มโอสมบูรณ์ รวมทั้งขนาดที่มีหลายขนาดแล้ว ผู้ที่นิยมบริโภคส้มโอทับทิมสยามส่วนใหญ่จะเลือกและตัดสินใจซื้อภายใต้เงื่อนไขว่าเป็นส้มโอทับทิมสยามจากสวนไหนของใคร เนื่องจากกระบวนการขั้นตอนการทำ การพัฒนา การบำรุงรักษาแต่ละสวนไม่เหมือนกันทำให้คุณภาพของส้มโอทับทิมสยามแต่ละสวนแตกต่างกันไปด้วย”

สำหรับลูกค้าที่ที่สั่งซื้อกิ่งส้มโอทับทิมสยามจาก “สวนป้าแดง-ลุงแอ๊ด” นั้นตามปกติจายกิ่งละ 150 บาท แต่ในรายสั่งซื้อจาก จ.อุบลราชธานีจำนวนกว่า 10,000 กิ่งทางสวนลดให้เหลือกิ่งละ 130 บาท ส่วนที่สั่งซื้อรายย่อยอีกหลายสิบรายรวมเกือบ 5,000 กิ่งขายราคากิ่งละ 150 บาท สร้างรายได้ให้ไม่น้อยเช่นกัน เป็นรายได้รองมาจากการจำหน่ายผลผลิตส้มโอทับทิมสยาม โดยกิ่งส้มโอทับทิมสยามสวนป้าแดง ลุงแอ๊ด เป็นกิ่งพันธุ์ที่มีคุณภาพเพราะในการเลือกกิ่งเพาะชำตนและนายสำเร็จ หรือ “ลุงแอ๊ด” พ่อของตนจะเป็นคนเลือกเองทุกกิ่งแต่ละกิ่งจะต้องไม่อ่อน ไม่แก่จนเกินไปและมีความสมบูรณ์เต็มที่ เมื่อตนและพ่อเลือกกิ่งแล้วคนงานหรือลูกจ้างก็จะทำการควั่นเพาะชำกิ่งตามขั้นตอนต่อไป คนที่ซท้อกิ่งส้มโอทับทิมสยามจากสวนป้าแดง -ลุงแอ๊ด เรารับประกันคุณภาพทุกกิ่ง  ส่วนการนำไปปลูกในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศก็ได้ผลิตที่มีคุณภาพเช่นกัน แต่หากเปรียบเทียบเรื่องคุณภาพโดยเฉพาะรสชาดจะยังด้อยกว่าส้มโอทับทิมสยามในพื้นที่ลุทน้ำปากพนังอยู่มาก เพราะสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications หรือ GI) มีการจดGI ส้มโอทับทิมสยามที่ลุ่มน้ำปากพนัง อย่างไรก็ตามนอกจากสภาพพื้นที่สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI แล้วคุณภาพส้มโอทับทิมสยามยังขึ้นอยู่กับวิธีการ ขั้นตอนการปลูก การบำรุงรักษา รวมทั้งการให้น้ำ ใส่ปุ๋ยและข้อปลีกย่อยอื่น ๆ อีกด้วยนางกมลทิพย์ หรือ “พี่มล” กล่าวย้ำ.