นาทีจนท.บุกค้นบริษัท พันธ์ยศ หาแมสก์ 200 ล้านชิ้น ก่อนกลับมือเปล่า

20 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Cindy700

  • สมาชิกขาประจำ
  • *
  • กระทู้: 3073
เผยนาที จนท.นำหมายศาลตลิ่งชัน ตรวจค้นอาคารไทยเฮลท์ของ "พันธ์ยศ อัครอมรพงศ์" พบหน้ากากอนามัยเก็บไว้จริง แต่ไม่มากนับล้านชิ้น อย่างที่ "บอย" โพสต์ เจ้าของสถานที่ยัน ไม่ใช่พ่อค้า ไม่ได้กักตุน แค่จัดหาส่งไปช่วยจีน

ภายหลังเจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง นำหมายศาลอาญาตลิ่งชัน เลขที่ ค.57/2563 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2563 เข้าตรวจค้นอาคารไทยเฮลท์ เลขที่ 6/32 ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพฯ หลังสืบทราบข่าวด่วนล่าสุดวันนี้ว่าอาคารดังกล่าวเป็นอาคารเดียวกับที่ปรากฏในคลิปที่เผยแพร่ในโลกโซเชียลที่มีผู้ชายลักษณะคล้าย นายศรสุวีร์ ภูรวีรัศวัชรี หรือ บอย พูดว่า “พร้อมจำหน่ายหน้ากากอนามัยมีสินค้าประมาณ 200 ล้านชิ้น” เนื้อหาการโพสต์คล้ายเชิญชวนให้มีการสั่งซื้อหน้ากากอนามัย และยังระบุว่ารู้จักกับ นายพิตนินันท์ รักเอียด คณะทำงานของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์


พบ "โกดัง" มีกล่องบรรจุหน้ากากอนามัย  

ทั้งนี้ อาคารดังกล่าว เป็นตึกแถวปลูกติดกัน 7 คูหา มีความสูง 4 ชั้นครึ่ง เนื้อที่กว่า 1 ไร่ ภายในเปิดเป็นที่ตั้งทำการพรรคภราดรภาพ สมาพันธ์นักธุรกิจหนองแขม และสถาบันพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย-จีน ซึ่งบางส่วนแบ่งเป็นโกดังเก็บสินค้าและห้องพักที่อยู่อาศัย ซึ่งอาคารทั้งหมดเป็นของ นายพันธ์ยศ อัครอมรพงศ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคภราดรภาพ ซึ่งอยู่ร่วมด้วยตลอดเวลาในการตวรจค้น

จากการตรวจสอบด้านในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นออฟฟิศของบริษัท ไทยเฮล์ท จำกัด ที่เป็นธุรกิจอาหารเสริมความงามเพื่อสุขภาพ ซึ่งขณะนี้ได้ปิดกิจการไปแล้ว จากการตรวจสอบห้องเก็บของบริเวณชั้นล่าง พบหน้ากากอนามัยบรรจุอยู่ในลังกระดาษใหญ่ จำนวน 2 ลัง แบ่งเป็นกล่องเล็ก จำนวน 250 กล่อง กล่องละ 50 ชิ้น รวมเป็น 12,500 ชิ้น บริเวณหน้าลัง มีข้อความระบุว่า “k’อลิส ฝากบริจาค ปอง 5 มี.ค. 0929987899” เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำการตรวจยึดแต่อย่างใด ก่อนจะยกเลิกภารกิจถอนนำกำลังกลับ

"พันธ์ยศ" ยืนยัน เพิ่งรู้จัก "บอย" ได้เดือนเดียว

นายพันธ์ยศ เปิดเผยว่า อาคารดังกล่าวเป็นของตน แต่ก่อนเคยเปิดเป็นบริษัทไทยเฮลท์ จำกัด เป็นธุรกิจอาหารเสริมความงามเพื่อสุขภาพ แต่ขณะนี้ได้ปิดกิจการไปแล้ว ส่วนประเด็นที่ปรากฏเป็นคลิปบนโลกโซเชียลนั้น ตนยอมรับว่าเป็นบริษัทของตนจริงและยอมรับว่ารู้จักกับ นายศรสุวีร์ หรือ บอย ภูรวีรัศวัชรี จริง รู้จักกันมาได้ประมาณ 1 เดือน มีผู้ใหญ่ในกลุ่มข่าวด่วนวันนี้นักธุรกิจแนะนำให้รู้จัก หลังจากนั้นคุณบอยได้ประสานขอให้ตนหาหน้ากากอนามัยในท้องตลาด เพื่อจะนำมาบริจาคในจำนวน 1 ล้านชิ้น แต่แค่อยู่ระหว่างคุยรายละเอียด เพราะตนทำธุรกิจกับชาวจีนเป็นส่วนใหญ่ และเมื่อช่วงโรคโควิด-19 ระบาดที่ประเทศจีนนั้น ตนได้ประสานของความช่วยเหลือจากทางการจีนในส่วนของมณฑลต่างๆ เพื่อให้เป็นธุระจัดหาหน้ากากอนามัยในประเทศไทยเพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ประเทศจีน

ยันไม่ใช่พ่อค้าคนกลาง ได้แค่ ”ค่าดำเนินการ”

“ขอยืนยันว่าเป็นแค่ตัวกลางในการติดต่อหาหน้ากากอนามัยให้หน่วยงานภาครัฐของประเทศจีน เพื่อนำไปช่วยเหลือคนประเทศของจีน โดยไม่ได้เป็นพ่อค้าคนกลางหรือบุคคลที่กักตุนสินค้าอย่างที่สังคมกำลังเข้าใจ การจัดหาแต่ละครั้ง ได้แค่ค่าดำเนินการ แล้วก็สุดแต่หน่วยงานภาครัฐของจีนจะดำเนินการให้ ส่วนการนำออกนอกประเทศนั้นเป็นหน้าที่ของหน่วยงานจีนที่ประสานขอความช่วยเหลือ แต่ไม่ทราบจริงๆ ว่าใครนำออกไปอย่างไร”


สั่งมาก แต่ไม่ได้กักตุน วันเดียว "จีน" มาเอาไปหมด

ส่วนประเด็นของ นายศรสุวีร์ ตนแค่พูดคุยกันเท่านั้น เพราะเห็นว่าคุณบอย จะนำหน้ากากอนามัยไปบริจาค ตนจึงรับเป็นธุระในการหาของในตลาดออนไลน์เท่านั้น แต่ยังไม่ทันได้ดำเนินการก็มาเกิดเป็นประเด็นเสียก่อน ส่วนที่บอกว่าตนรู้จักกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นั้น ตนขอปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง ส่วนประเด็นสุดท้ายที่มีภาพในโซเชียลปรากฏมีกล่องสินค้าหน้าอนามัยจำนวนมากอยู่ในออฟฟิศตนนั้น ยอมรับว่ามีจริงแต่ไม่ได้เป็นการกักตุนแต่อย่างใด ตนมีการสั่งหน้ากากอนามัยจำนวนมาก เพื่อช่วยเหลือหน่วยงานภาครัฐของประเทศจีนที่เข้ามาขอความช่วยเหลือ มันก็ไม่แปลกที่จะมีของอยู่ในออฟฟิศตน แต่พอสินค้ามาได้ไม่ถึงวัน หน่วยงานของจีนก็จะมารับไป ดังนั้นตนขอยืนยันว่าไม่มีการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด