ไขข้อข้องใจตรวจหัวใจ สำคัญอย่างไร มีวิธีการตรวจแบบใดบ้าง?

16 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ siwaporn_s

  • สมาชิกใหม่
  • *
  • กระทู้: 28
"โรคหัวใจ" เป็นภัยเงียบที่หลายคนมีความคิดว่า เป็นสิ่งไกลตัว ยังไม่แก่ มิได้อ้วน ไม่ได้กินอาหารมันๆจำนวนมาก ฯลฯ จึงมิได้เอาใจใส่ หรือมองเห็นความสำคัญของการตรวจหัวใจ ซักเท่าไหร่ แต่ว่าแม้มาดูสถิติดังนี้แล้วคุณอาจจะกลับใจก็เป็นไปได้



องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยว่า ในปี 2558 กลุ่มโรคหัวใจแล้วก็หลอดเลือดเป็นต้นเหตุการตายชั้น 1 และจากสถิติกันยายน พุทธศักราช 2561 กระทรวงสาธารณสุข เมืองไทย ได้เปิดเผยจำนวนผู้ป่วยโรคหัวใจว่ามีมากกว่า 430,000 รายต่อปี และก็มีอัตราการเสียชีวิตถึง 20,855 คนต่อปี หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน

โดยเหตุนั้นการตรวจหัวใจจึงเป็นอีกหนึ่งสำหรับในการตรวจสุขภาพที่คุณไม่สมควรปล่อยทิ้ง เพื่อคุ้มครองปกป้องการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน

โรคหัวใจ
หมายถึง ความผิดปกติใดๆก็ตามเกี่ยวกับหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นลิ้นหัวใจ เส้นโลหิตหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจ หรือระบบคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่มีผลต่อการเต้นของหัวใจ ซึ่งความผิดปกติกลุ่มนี้ล้วนส่งผลต่อการทำงานของหัวใจและสุขภาพร่างกาย นั่นก็เนื่องจากหัวใจเป็น อวัยวะสำคัญปฏิบัติภารกิจสูบฉีดเลือดรวมทั้งสารอาหารต่างๆไปเลี้ยงอวัยวะทุกๆส่วนของคนเรา

อาการโรคหัวใจที่สำคัญและก็มักพบเป็นต้นว่า ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือหัวใจอ่อนกำลัง (Heart Failure) โรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

คนไหนบ้างที่ควรจะตรวจหัวใจ?
คุณควรจะรีบไปพบหมอ แม้มีลักษณะที่บางทีอาจบ่งบอกถึงโรคหัวใจตั้งแต่นี้ต่อไป เนื่องจากว่ายิ่งตรวจพบแล้วก็ได้รับการรักษาเร็วก็จะยิ่งส่งผลดีต่อตัวคุณเอง

* เจ็บทรวงอกร้าวไปไหล่ซ้าย
* แน่นหน้าอกคล้ายมีอะไรมานอนทับที่บริเวณทรวงอก
* เสียด หรือแสบร้อนบริเวณทรวงอก
* หมดแรง
* เมื่อยล้าง่ายดายยิ่งกว่าธรรมดา
* เหงื่อออกมากกว่าปกติ
* ใจสั่น
* หน้ามืด เป็นลมเป็นแล้ง
* เหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างยิ่งเมื่อออกกำลังกาย

ส่วนผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจดังนี้ ก็ควรจะเข้ารับการตรวจสมรรถนะหัวใจด้วยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายประเภทร่วมกัน

* อายุมาก
* เพศชายจะมีความเสี่ยงของโรคหัวใจมากกว่าผู้หญิงก่อนวัยหมดระดู
* ดูดบุหรี่จัด
* ติดสุรา หรือมีความประพฤติเป็นนักดื่ม
* มีระดับไขมันในเลือดสูง
* เป็นโรคโรคเบาหวาน โรคความดันเลือดสูง หรือมีปัญหาเกี่ยวกับโรคหลอดเลือด
* มีคนภายในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ หรืออัมพาต
* ขาดการบริหารร่างกาย
* อ้วน

ด้วยเหตุนี้คุณควรจะตรวจร่างกายเสมอๆเพื่อช่วยระวังโรคร้ายและก็การเสี่ยงจากโรคอื่นๆที่ตามมาพร้อมปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ถ้าหากตรวจพบว่า มีความเสี่ยงโรคหัวใจดังข้างต้น แพทย์จะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนความประพฤติปฏิบัติการใช้ชีวิตเพื่อลดความเสี่ยงสำหรับการเกิดโรคหัวใจ เช่น กินอาหารที่มีคุณประโยชน์ เน้นผักผลไม้ ลดอาหารที่มีไขมันแล้วก็คอเลสเตอรอล ออกกำลังกายบ่อยๆ และก็แนะนำให้มาตรวจเช็กการเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ

การตรวจหัวใจ มีวิธีการตรวจยังไง?
เมื่อไปพบหมอเพื่อตรวจหัวใจ แพทย์จะซักประวัติสุขภาพแล้วก็ความประพฤติการใช้ชีวิต ประวัติไม่สบายของคนภายในครอบครัว น้ำหนัก ส่วนสูง เพื่อประเมินว่า มีภาวะน้ำหนักเกินไหม และก็วัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัดความดันเลือด และก็ฟังเสียงหัวใจว่า มีความผิดปกติไหม แล้วต่อจากนั้นลำดับต่อไปคือการตรวจเพิ่มเติมอีก ตัวอย่างเช่น

การตรวจหัวใจแบบพื้นฐาน

* ตรวจคลื่นกระแสไฟฟ้าหัวใจ วิธีการแบบนี้สามารถบอกจังหวะการเต้นหัวใจที่ผิดปกติและก็วินิจฉัยโรคเยื่อหุ้มหัวใจบางประเภท หรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย แต่ก็มีผลคลาดเคลื่อนได้
* เอกซเรย์ปอด จะช่วยให้มองเห็นปอด หลอดเลือดแดง และการกระจายของเส้นเลือดในปอด สภาวะน้ำท่วมปอด สภาวะหัวใจล้มเหลว และเงาของหัวใจข้างหลังปอด แล้วก็บอกขนาดหัวใจเจริญพอควร
* ตรวจเลือด เป็นการตรวจหาสารต่างๆในเลือด เพื่อมองว่า มีโรค หรือภาวะสุขภาพที่เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงให้กำเนิดโรคหัวใจ ไหม ดังเช่นว่า โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น

การตรวจหัวใจแบบพิเศษ

* อัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram หรือ ECHO) การตรวจหัวใจวิธีนี้จะใช้คลื่นเสียงความถี่สูงแต่ว่ามีความปลอดภัย เข้าไปยังบริเวณทรวงอก รวมทั้งรับเสียงที่สะท้อนออกมา จากนั้นนำข้อมูลที่สะท้อนกลับมาไปแปลเป็นภาพแสดงให้เห็นรูปร่าง ขนาด การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ แล้วก็ลิ้นหัวใจของผู้ป่วย สามารถบอกถึงความผิดปกติ ความร้ายแรงของโรค แล้วก็ช่วยสำหรับเพื่อการติดตามผลของการรักษาได้ แต่มีข้อเสียคือ จะไม่เห็นหลอดเลือดหัวใจโดยตรง ถ้าผู้ป่วยอ้วน หรือผอมบางมากมายไป หรือมีถุงลมโป่งพอง ก็อาจจะทำให้ได้ภาพที่คลุมเครือ

* การเดินสายพาน (Exercise stress test หรือ EST) เป็นการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะบริหารร่างกายด้วยการเดินสายพาน หรือขี่จักรยาน แพทย์จะให้คุณเดินสายพานที่เคลื่อนไปเรื่อยๆหรือปั่นจักรยานเพื่อหัวใจเต้นแรงขึ้น ในเวลาที่ต่อขั้วสายนำไฟฟ้ารอบๆหน้าอก 10 สายกับเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ ถ้าหากมีเส้นเลือดหัวใจตีบ เลือดก็จะไม่อาจจะมาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้พอเพียง ทำให้มีอาการแน่นหน้าอก หายใจติดขัด อัตราเต้นของหัวใจผิดปกติ มีการเปลี่ยนของคลื่นกระแสไฟฟ้าให้เห็นนั่นเอง

* การตรวจหัวใจด้วยเตียงปรับระดับ (Tilt table test) ทำโดยให้ผู้ป่วยนอนบนเตียงที่ที่ปรับระดับองศาของเตียงได้ แล้วแพทย์จะประเมินชีพจร ความดันโลหิต ลักษณะคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และก็อาการอื่นๆของผู้ป่วยระหว่างที่เตียงมีการเปลี่ยนแปลงระดับ วิธีแบบนี้มักใช้สำหรับเพื่อการตรวจผู้ป่วยที่เป็นลม หรือสลบโดยไม่รู้จักสาเหตุ แล้วก็เป็นลมเสมอๆหรือเป็นลมเป็นแล้งง่าย อาทิเช่น มองเห็นเลือดแล้วเป็นลม เปลี่ยนแปลงท่าแล้วเป็นลมเป็นแล้ง ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากปัญหาด้านสมอง หรือหัวใจก็ได้

* การบันทึกคลื่นหัวใจไฟฟ้า (Holter monitoring) หมอจะเปิดเครื่องบันทึกคลื่นกระแสไฟฟ้าหัวใจไว้กับตัวผู้เจ็บป่วยโดยประมาณ 24-48 ชั่วโมง โดยผู้ป่วยสามารถกลับไปบ้านและก็ทำกิจกรรมได้ตามปกติ เมื่อถึงกำหนดเวลาก็เลยกลับมาโรงพยาบาลเพื่อถอดเครื่องออกและก็รอผลตรวจวิเคราะห์ วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีอาการใจสั่นผิดปกติเป็นบางโอกาส วิงเวียนศีรษะ เหมือนจะเป็นลม และก็หัวใจเต้นแรงผิดปกติเสมอๆ

* การตรวจระบบกระแสไฟฟ้าในหัวใจ (Electrophysiological studies) เป็นการตรวจโดยใส่สายสวนหัวใจขนาดเล็กเข้าไปตามเส้นเลือดดำบริเวณขาหนีบ หรือใต้ไหปลาร้า เพื่อนำไปยังตำแหน่งต่างๆภายในหัวใจ ซึ่งจะช่วยในการบันทึกคลื่นกระแสไฟฟ้าหัวใจรวมทั้งมองว่า มีไฟฟ้าลัดวงจรเกิดขึ้นในหัวใจ หรือเปล่า แล้วก็สามารถส่งไฟฟ้าน้อยๆไปกระตุ้นให้มีอาการปรากฏชัดเจนเพิ่มขึ้น ทำให้หมอพินิจพิจารณาความผิดปกติได้ละเอียดมากกว่าการบันทึกคลื่นหัวใจกระแสไฟฟ้า

* การสวนหัวใจ (Cardiac catheterization) รวมทั้งการฉีดสี (Coronary angiography) ได้แก่การใช้สายสวนขนาดเล็กใส่เข้าไปจากบริเวณขาหนีบ ข้อพับแขน หรือข้อมือตามแนวเส้นเลือดแดงจนกระทั่งรูเปิดของเส้นโลหิตที่ไปเลี้ยงหัวใจ แล้วใช้สารละลายทึบรังสีฉีดเข้าไปทางสายสวนด้วย เพื่อเห็นการตีบแคบของเส้นเลือดอย่างชัดเจน วิธีการแบบนี้จะช่วยวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้อย่างแม่นยำ และใช้เวลาพักฟื้นเพียงแค่ 24 ชั่วโมงก็สามารถกลับไปอยู่บ้านได้ โดยจะไม่มีการใช้ยาสลบ ใช้เพียงแต่ยาชาเฉพาะที่เท่านั้น

ตรวจหัวใจ มีผลข้างๆไหม?
การตรวจหัวใจด้วยวิธีสวนหัวใจและก็ฉีดสารละลายทึบรังสี ได้โอกาสนำไปสู่ผลข้างเคียงได้ แต่ก็พบได้น้อยมาก ได้แก่ อาจส่งผลให้มีเลือดไหลตำแหน่งที่แทงเข็ม และก็บางคนมีอาการแพ้สีแบบไม่รุนแรง ส่วนผลแทรกซ้อนที่ร้ายแรงนั้นเจอได้น้อยกว่า 1% เพียงแค่นั้น ยกตัวอย่างเช่น อัมพาต แพ้สีรุนแรง หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง และก็บางทีอาจถึงกับตาย แต่ว่าเมื่อประเมินจุดเด่นข้อเสียแล้ว คุณประโยชน์ที่จะได้จากการตรวจนั้นมักมีมากยิ่งกว่าขึ้นอยู่กับต้นเหตุด้านอายุและก็สุขภาพของผู้ป่วยแต่ละราย

โรคหัวใจยิ่งตรวจเจอเร็วเท่าใดก็ยิ่งเกิดผลดีต่อการดูแลรักษาเท่านั้น การหมั่นดูอาการผิดปกติและรับการตรวจอย่างทันทีทันควันนับว่า สำคัญเป็นอย่างมาก หากคุณกังวล ไหมแน่ใจว่า ตัวเองมีลักษณะของโรคหัวใจไหม ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรไปพบแพทย์เพื่อปรึกษารวมทั้งตรวจวิเคราะห์อย่างแม่นยำจะดีที่สุด

https://www.honestdocs.co/heart-check
 

Tags :  โรคหัวใจ, หลอดเลือดหัวใจ, ไขมันในเลือด