การตรวจไขมันในเลือด บอกโรคได้ !

22 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ guupost

  • สมาชิกระดับสูง
  • *
  • กระทู้: 13444

เพียงแค่เอ่ยคำว่า "ไขมัน" ขึ้นมา บางท่านก็รู้สึกรังเกียจ รู้สึกว่าอ้วน รู้สึกว่าเป็นผู้ร้าย ฯลฯ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงนั้น ไขมันนับว่าเป็นสารอาหารจำเป็น เมื่อร่างกายย่อยสลายให้เป็นโมเลเกุลเล็กที่สุดจะเรียกว่า “Fatty acid” หรือ กรดไขมัน

ร่างกายจะต้องได้รับกรดไขมันจากการทานเข้าไปเท่านั้นและร่างกายจำเป็นต้องมีกรดไขมันเพื่อใช้ประโยชน์มากมายนับตั้งแเต่เป็นวัตถุดิบสร้างผนังเซลล์ของทุกๆ เซลล์ทั่วร่างกาย กรดไขมันจำเป็น (Essential Fatty Acid) คือ กรดไขมันที่ร่างกายขาดไม่ได้

อาหารไขมันนอกจากจะเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายแล้วยังช่วยให้อาหารอร่อย กลืนลงคอง่าย มนุษย์ยุคใหม่จึงกินไขมันกันมากเกินความจำเป็น จนในที่สุดไขมันก็สร้างพิษภัยต่อร่างกายแทนที่จะให้ประโยชน์ หากอยากรู้ว่า เรามีไขมันในร่างกายมากน้อยอย่างไร ชนิดไหนเกิน ชนิดไหนขาด ควรเจาะเลือดเพื่อตรวจสอบไขมันในเลือด ทั้งนี้เพราะบางท่านกว่าจะรู้ตัวว่าไขมันในเลือดสูงก็เข้าข่ายเป็นโรคเสียแล้ว

การตรวจไขมันในเลือด (Lipid Profile)
คำแนะนำ: ต้องงดอาหารก่อนเจาะเลือดอย่างน้อย 8 ชั่วโมง
วัตถุประสงค์
- เพื่อต้องการทราบค่าขององค์ประกอบที่สำคัญของไขมันทุกตัวในกระแสเลือด
- การได้ทราบค่าระดับไขมันทุกชนิดในเลือดที่ผิดปกติแต่เนิ่นๆ ย่อมช่วยให้มีโอกาสที่จะแก้ไข เยียวยา หรือรักษา ให้ไขมันลดลงมาสู่ระดับปกติได้ ทั้งนี้ย่อมจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ (coronary artery disease: CAD) โรคลมปัจจุบัน หรือโรคอุบัติเหตุขาดเลือดในสมอง (cerebrovascular accident: CVA) ได้

คำอธิบายอย่างสรุป
1. ตามตำราโดยทั่วไปคำว่า Lipid Profile จะประกอบด้วยการวัดค่าไขมัน 5 ตัว ดังนี้
คอเลสเตอรอลรวม (Total cholesterol: TC)
ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides: TG)
เอชดีแอล (HDL-c)
แอลดีแอล (LDL-c)
วี แอล ดี แอล (VLDL)

2. ตามแบบฟอร์มใบตรวจเลือดของโรงพยาบาลทั่วไป ท่านต้องการทราบผลของไขมันในเลือดเฉพาะที่สำคัญเพียง 4 ตัว
คอเลสเตอรอล (Cholesterol)
ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides)
เอชดีแอล  (HDL-c)
แอลดีแอล (LDL-c)

คอเลสเตอรอล (Cholesterol)
Cholesterol เป็นคำนามเฉพาะที่เกิดจากการประสมคำโดยนักวิจัยชาวฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1769 ซึ่งพบว่า นิ่วในถุงน้ำดี (gallstone) นั้นประกอบด้วยสารเคมีอันมีชื่อตรงกับคำในภาษากรีก กล่าวคือ
Chole   =  bile (น้ำดีจากตับ)
Stereos  =  solid (ของแข็ง)
Ol  =   (suffix) แสดงว่าแอลกอฮอลล์

การวิจัยต่อมาทำให้ทราบว่าคอเลสเตอรอลเป็นสารตั้งต้นของน้ำดี หรือกรดน้ำดี หากน้ำดีอยู่ในถุงน้ำดีจนมีความเข้มข้นมากขึ้นๆ ก็จะตกผลึกจับตัวกันแข็งกลายเป็นนิ่วในถุงน้ำดี ซึ่งก็คือ เปลี่ยนสภาวะมาเป็นของแข็งได้ ตามรากศัพท์ของชื่อที่ตั้งขึ้นมา

แม้ว่าคอเลสเตอรอลจะจัดอยู่ใน Lipid Profile (กลุ่มสารไขมันในเลือด) แต่ในความเป็นจริงแล้ว คอเลสเตอรอลเป็นสารคล้ายไขมันแต่มิใช่ไขมันแท้จริงเพราะไม่มีค่าพลังงาน (ไขมัน หรือ fat ทั่วไป จะมีค่าพลังงานประมาณ = 9 แคลอรีต่อกรัม)

ติดตามอ่านบทความเรื่อง ตรวจไขมัน และบทความเพื่อสุขภาพที่ดีกันต่อได้ที เว็บไซต์ : https://www.honestdocs.co/understanding-your-cholesterol-report