ไซบีเรียน สุนัขสายพันธุ์ดี จอมซื่อสัตย์

21 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Thanitanitan

  • สมาชิกใหม่(แรกเข้า)
  • *
  • กระทู้: 18
 


ไซบีเรียน ฮัสกี (Siberian Husky) เป็นหมาขนาดกลางที่มีกำเนิดในแถบไซบีเรีย สุนัขพันธุ์นี้มีนิสัยเฉลี่ยวฉลาด ซุกซน และก็มีพลังเหลือล้น สามารถวิ่งในระยะทางหลายไมล์และวิ่งลากของหนักๆได้ด้วย เพราะเหตุนี้เองที่ทำให้ไซบีเรียน ฮัสกีเป็นหมาที่นิยมนำมาช่วยลากเลื่อน

 

ลักษณะทั่วไปของไซบีเรียนฮัสกี
โดยส่วนใหญ่ไซบีเรียน ฮัสกีโตเต็มวัยจะมีความสูงราวๆ 20 - 23.5 นิ้ว น้ำหนักราวๆ 17 - 28 กิโล จัดอยู่ในกลุ่มสุนัขขนาดกลาง โดยเพศผู้จะมีขนาดตัวและน้ำหนักมากกว่าเพศเมีย ลักษณะตัวยาวแล้วก็มีขนาดพอเหมาะพอควร รวมทั้งมีความอึด มีพลัง แล้วก็รวดเร็ว

นอกจากนี้ยังมีฝีเท้าเบาและก็มีลักษณะท่าทางการวิ่งที่ไหลลื่น ทำให้วิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ หมาพันธุ์นี้มีขนสองชั้นซึ่งมีความยาวปานกลาง ขนชั้นนอกมีลักษณะเรียบตรง ส่วนขนชั้นในนั้นนิ่มรวมทั้งหนาแน่น เพื่อกันความหนาว

ไซบีเรียน ฮัสกี มีหลายสี โดยส่วนมากเป็นสีดำ สีขาวและสีน้ำตาล หรืออาจเป็นสีผสม ดังเช่นว่าสีน้ำตาลกับขาว สีเทากับสีขาว รวมทั้งสีดำเทา

 

ลักษณะนิสัยส่วนตัวของไซบีเรียนฮัสกี
ไซบีเรียน ฮัสกี เป็นสุนัขที่ตื่นตัวตลอดเฉลี่ยวฉลาด รักอิสระ ดื้อ รักสนุก รักในการเข้าสังคม แสนรู้ ต้องการเอาใจใส่และการดูแลอย่างมาก ที่สำคัญชอบการวิ่ง ซึ่งนับเป็นความสามารถที่โดดเด่นที่สุดของหมาพันธุ์นี้ โดยสามารถวิ่งได้นานนับชั่วโมง ถึงแม้ว่าโดยส่วนมากไซบีเรียน ฮัสกี จะเป็นมิตร แต่ว่าก็บางทีอาจดุร้ายต่อสุนัขที่ไม่คุ้นเคย นอกจากนี้บางตัวอาจมีนิสัยชอบขุดคุ้ย กัดสิ่งของต่างๆและหอนในบางครั้ง

 

การดูแลไซบีเรียนฮัสกี
ไซบีเรียน ฮัสกี ต้องการออกกำลังกายบ่อยๆทุกวัน และต้องแปรงขนอาทิตย์ละครั้ง และต้องแปรงขนบ่อยๆในตอนที่มีการผลัดขน ชอบอากาศหนาวเย็น แต่หากว่าหมาสายพันธุ์นี้จะสามารถอาศัยอยู่นอกบ้านในอากาศที่หนาวเย็นได้ แต่ว่าสิ่งที่ดีที่สุดก็คือการให้ใช้เวลาอยู่ทั้งภายในบ้านและก็นอกบ้านเท่าๆกัน

 

สุขภาพของไซบีเรียนฮัสกี
ไซบีเรียนฮัสกีมีอายุเฉลี่ยประมาณ 11-13 ปี โรคที่อาจจะเกิดกับหมาสายพันธุ์นี้ ตัวอย่างเช่น โรคจอประสาทตาอักเสบไฮโปไทรอยด์ ต้อกระจก รวมทั้งกระจกตาเสื่อม เพราะฉะนั้น เมื่อพาไปพบสัตวแพทย์ สัตวแพทย์อาจมีการตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์ รวมทั้งตรวจตาเพื่อวิเคราะห์ว่าเป็นโรคเหล่านี้หรือไม่

 

ความเป็นมาของไซบีเรียนฮัสกี
ชาวชุกชี (Chukchi) ซึ่งเป็นคนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของไซบีเรีย เป็นผู้พัฒนาสายพันธุ์สุนัขไซบีเรียนฮัสกีขึ้นมา เพื่อดูแลฝูงกวางเรนเดียร์และใช้ในการลากเลื่อนหิมะ แต่แรกเกิดของสายพันธุ์นี้ก็ยังคงเป็นคำถาม ซึ่งคาดว่าไซบีเรียน ฮัสกี้น่าจะมีส่วนผสมของสุนัขหลายๆพันธุ์รวมกัน ชาวจุกชีจำเป็นต้องใช้เวลาหลายร้อยปีกว่าจะสามารถฝึกฝนให้หมาพันธุ์นี้เป็นสุนัขลากเลื่อนได้
ปี ค.ศ. 1909 เป็นปีแรกที่ชาวชุกชีได้นำหมาสายพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกีมาลงแข่งขันลากเลื่อน ซึ่งในสมัยก่อนการแข่งขันสุนัขถือได้ว่าเป็นสิ่งยอดนิยมมากมาย สำหรับการแข่งครั้งหนึ่ง หมาจำเป็นที่จะต้องวิ่งเป็นระยะทาง400 ไมล์ จากเมืองโนม (Nome) ไปถึงเมืองแคนเดิล (Candle) ในรัฐอลาสกา ซึ่งเป็นเส้นทางที่เดินทางได้เหนื่อยยาก ด้วยความสามารถในการวิ่งและการฉุดเลื่อน ทำให้ไซบีเรียน ฮัสกีกลายมาเป็นหมาสายพันธุ์ต้นๆที่นิยมสำหรับการชิงชัยหมาในเวลาต่อมา
ดังนั้นในปีคริสต์ศักราช 1910 ชาร์ล ฟ็อกซ์ เมาเล แรมเซย์ (Charles Fox Maule Ramsay) ชายชาวสกอตแลนด์ ได้เล็งเห็นลักษณะและความสามารถของหมาสายพันธุ์นี้ ก็เลยเสนอแนะให้ จอห์น ไอรอนแมน จอห์นสัน (John “Iron Man” Johnson) ผู้บังคับหมาลากเลื่อนใช้หมาไซบีเรียนฮัสกีลงแข่งขันลากเลื่อนในปีนั้น ทำให้เอาชนะกลุ่มคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดายรวมทั้งทีมของแรมเซย์กลุ่มอื่นๆที่ใช้ไซบีเรียนฮัสกีเป็นสุนัขลากเลื่อน ก็ยังเข้าเส้นชัยเป็นที่ 2 และที่ 4 สำหรับเพื่อการแข่งขันครั้งนั้นด้วย ในทศวรรษต่อมา หมาสายพันธุ์นี้ได้ถูกยกย่องให้เป็นสายพันธุ์ที่ทรงเกียรติสำหรับการแข่งขันลากเลื่อน โดยยิ่งไปกว่านั้นด้านความอดทนในการแข่ง
ในปี ค.ศ. 1925 เมืองโนม เมืองอลาสกาได้กำเนิดโรคระบาดจากสารพิษขึ้น ทำให้มีความต้องการยาต่อต้านพิษอย่างเร่งด่วน จึงมีการจัดคนบังคับเลื่อน 20 คน และก็สุนัขลากเลื่อน 150 ตัว เพื่อขนส่งยาต้านพิษเป็นระยะทาง 674 ไมล์ข้ามเมืองอลาสกา ซึ่งใช้เวลาเดินทางเพียง 5 วันครึ่งแค่นั้น ถือว่าเป็นการเดินทางที่ใช้เวลาน้อยสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้สามารถช่วยผู้คนในเมืองโนมแล้วก็ชุมชนรอบข้างได้ เรื่องนี้มีชื่อเรียกว่า Great race of mercy ภายหลังเรื่องราวนี้ คนบังคับเลื่อนแล้วก็หมาลากเลื่อนทั้งคณะ เป็นกรุ๊ปที่โด่งดังไปทั่วประเทศอเมริกา แล้วก็บัลโต (Balto) สุนัขไซบีเรียนฮัสกีหัวหน้าฝูงหมาลากเคลื่อนที่ได้วิ่งนำเพื่อนฝูงสำหรับเพื่อการวิ่งครั้งสุดท้าย เพื่อส่งเซรั่มไปยังเมืองโนม ก็ได้รับกิตติศัพท์อย่างมากจนมีการสร้างรูปปั้นไว้เป็นที่ระลึกในเซนทรัลปาร์ค (Central park) ที่นิวยอร์ค
10 เดือน ภายหลังที่บัลโตได้วิ่งไปถึงเมืองโนม ความนิยมในไซบีเรียนฮัสกี ก็เริ่มแพร่ไปที่ประเทศแคนาดา รวมทั้งในปี ค.ศ. 1930 อเมริกัน เคนเน็ล คลับ(American Kennel club) ชมรมหมาแห่งอเมริกา ได้เริ่มทำความรู้จักสุนัขไซบีเรียน ฮัสกีเยอะขึ้น และก็มีการนำสุนัขไซบีเรียนฮัสกีหลายตัวไปฝึกหัดเป็นทีมช่วยเหลือและกลุ่มค้นหาของทหารรัฐอลาสกาในอเมริกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย

 

Tags : ไซบีเรียน, สายพันธุ์Siberian Husky