ทำความรู้จักโรคซิฟิลิส โรคทางเพศสัมพันธ์ที่ป้องกันได้

25 0

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ guupost

  • สมาชิกระดับสูง
  • *
  • กระทู้: 11060


ซิฟิลิส เป็นโรคติดต่อที่สามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก ซึ่งผู้ที่ติดเชื้อมักจะไม่มีอาการใดๆ ในระยะแรก ทำให้โรคนี้สามารถแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว ข้อมูลต่อไปนี้จะช่วยป้องกันท่านจากการติดเชื้อได้

ซิฟิลิสคืออะไร
โรคซิฟิลิส (Syphilis) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า ทริปโปนีมา พัลลิดุม (Treponema pallidum) ซึ่งมีขนาดเล็กมาก และสามารถอาศัยอยู่ได้เกือบทุกส่วนของร่างกาย โดยหากส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์จะเห็นเชื้อตัวนี้มีลักษณะเหมือนเกลียวสว่าน (Spirochete bacteria)

สำหรับสถิติของโรคซิฟิลิสนั้น ตั้งแต่ในช่วงทศวรรษที่ 1990 จะพบว่ามีจำนวนของผู้ติดเชื้อลดลง แต่จากรายงานที่ผ่านมา พบว่าในปัจจุบันมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มชายรักชาย
การติดเชื้อซิฟิลิสในระยะแรกนั้นสามารถรักษาให้หายได้ไม่ยาก แต่หากผู้ติดเชื่อโรคซิฟิลิสไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้เกิดปัญหาร้ายแรงทางสุขภาพจนถึงแก่ชีวิตได้ ด้วยเหตุนั้นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันการแพร่กระจายของโรคซิฟิลิส คือเราต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
โรคซิฟิลิสนั้นติดต่อกันได้อย่างไร
เชื้อแบคทีเรียที่เป็นตัวการให้เกิดโรคซิฟิลิสสามารถแพร่จากคนสู่คนผ่านการสัมผัสแผลที่เกิดจากโรคโดยตรง ซึ่งแผลดังกล่าวมักเกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือภายในช่องปาก ดังนั้น การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือการออรัลเซ็กส์กับผู้ป่วยซิฟิลิส จึงล้วนทำให้เกิดการติดเชื้อซิฟิลิสได้ทั้งนั้น

นอกจากนี้ เชื้อยังสามารถติดต่อได้โดยการจูบหรือสัมผัสแผลบริเวณหน้าอก แผลในปาก หรืออวัยวะเพศ ส่วนหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อนี้ก็สามารถแพร่เชื้อซิฟิลิสไปยังทารกในครรภ์ ทำให้เกิดโรคซิฟิลิสแต่กำเนิด ซึ่งอาจส่งผลให้ทารกมีความผิดปกติหรืออาจเสียชีวิตได้

ถึงอย่างไร เชื้อซิฟิลิสจะไม่ติดต่อผ่านการใช้ของใช้หรือการรับประทานอาหารร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผ้าเช็ดตัว การใช้ช้อน การสัมผัสลูกบิดประตู การว่ายน้ำในสระแห่งเดียวกัน หรือการนั่งฝารองชักโครกร่วมกัน

อาการของโรคซิฟิลิส
ผู้ป่วยโรคซิฟิลิสนี้มักไม่รู้ตัวว่าตัวเองติดเชื้อ จึงทำให้แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ง่าย อาการของโรคซิฟิลิสแบ่งออกเป็นระยะต่างๆ ดังนี้
ระยะที่ 1
ในระยะแรกของการติดเชื้อซิฟิลิส ผู้ป่วยจะพบว่ามีแผลลักษณะแข็งๆ สีแดง ขอบนูน ที่มักเรียกว่า "แผลริมแข็ง" (Chancre) ปรากฎขึ้นบริเวณช่องคลอด ทวารหนัก องคชาต หรือปาก อาจมีเพียงจัดเดียวหรือหลายจุดก็ได้ ซึ่งจะเกิดขึ้นบริเวณที่ได้รับเชื้อ และไม่มีอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการต่อมน้ำเหลืองโตร่วมด้วยในระยะนี้ด้วย
แผลริมแข็งจะหายไปภายใน 3-6 สัปดาห์ แม้ว่าจะไม่ได้รับการรักษาก็ตาม แต่เชื้อจะยังคงแฝงตัวอยู่ในร่างกาย นั่นหมายความว่าหากผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษา อาการของโรคก็จะกำเริบรุนแรงกว่าเดิมเมื่อเข้าสู่ระยะถัดไป
เชื้อซิฟิลิสสามารถแพร่กระจายได้ง่ายมากในระยะแรก อีกทั้งผู้ป่วยในระยะนี้มักจะไม่แสดงอาการให้เห็นชัดเจนนัก ไม่มีอาการเจ็บปวด หรือแผลที่เกิดขึ้นอยู่ในบริเวณที่มองไม่เห็น อาทิ ในปาก ใต้หนังหุ้มปลายองคชาต ปากมดลูก หรือที่ทวารหนัก ทำให้ผู้ติดเชื้ออาจไม่รู้ตัวและแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ
ระยะที่ 2
เมื่อติดเชื้อซิฟิลิสแล้วไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยซิฟิลิสจะเริ่มแสดงอาการมากขึ้น โดยมีผื่นขึ้นตามฝ่ามือและฝ่าเท้า แต่ไม่มีอาการคัน ยิ่งไปกว่านี้อาจมีไข้ รู้สึกอ่อนเพลีย ผมร่วง และมีอาการปวดเมื่อยตามตัว โดยมีอาการเกิดขึ้นประมาณ 2-3 สัปดาห์หรือหลายเดือนหลังจากเกิดแผลริมแข็งในระยะแรก ซึ่งผื่นในระยะนี้จะยังเป็นผื่นที่จางๆ มีลักษณะคล้ายผดผื่นที่เกิดจากการติดเชื้อทั่วไป ทำให้ผู้ป่วยอาจไม่สนใจและไม่สังเกตเห็น บางรายอาจมีแผลบริเวณริมฝีปาก ในปาก ในลำคอ ช่องคลอด และทวารหนักร่วมด้วย แต่ส่วนมากแล้วผู้ติดเชื้อในระยะนี้จะไม่มีแผลเกิดขึ้นเลย

อาการในระยะที่ 2 นี้ก็จะหายไปเองได้ แม้ไม่ได้รับการรักษาเช่นเดียวกับอาการในระยะแรก แต่อาการของโรคก็จะรุนแรงมากขึ้นอีก และเชื้อซิฟิลิสยังคงแพร่กระจายได้ง่ายในระยะที่ 2 นี้

ติดตามอ่านต่อได้ที่ https://www.honestdocs.co/what-is-syphilis