ThaiEarnTalk.com

ลงประกาศ => ค้าขายสินค้าและบริการ => ข้อความที่เริ่มโดย: PostDD ที่ 21 เมษายน 2563, 12:13:56

หัวข้อ: ผู้นำบราซิลไม่สวมหน้ากาก แถม ไอ ขณะร่วมม็อบต้านล็อกดาวน์
เริ่มหัวข้อโดย: PostDD ที่ 21 เมษายน 2563, 12:13:56
โควิด: ผู้นำบราซิลไม่สวมหน้ากาก - วันที่ 20 เม.ย. อัลจาซีรา รายงานว่า ประธานาธิบดีฌาอีร์ โบลโซนาโร ผู้นำบราซิล เข้าร่วมการชุมนุมต่อต้านมาตรการปิดประเทศ หรือล็อกดาวน์ เพื่อป้องกันการระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (https://www.flittr.cc)


ประธานาธิบดีโบลโซนาโร ผู้นำขวาจัด ละเมิดคำแนะนำของรัฐบาลในการคงมาตรการเว้นระยะทางสังคมต่อไป ปรากฏตัวต่อสาธารณชนเพื่อสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงราว 600 ที่รวมกลุ่มหน้ากองบัญชากองทัพในกรุงบราซีเลีย เมื่อวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นวันกองทัพบราซิล

กลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องให้กองทัพเข้ามายึดอำนาจรัฐบาลเพื่อจัดการการะบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ และต้องการปิดศาลสูงสุดและรัฐสภาของประเทศเนื่องจากคำสั่งให้ประชาชนเก็บตัวอยู่ในบ้านที่ออกโดยผู้ว่าการแต่ละรัฐของประเทศ



“ผมมาที่นี่เพราะเชื่อคุณ และคุณอยู่ที่นี่เพราะเชื่อบราซิล เราไม่ต้องการเจรจาอะไร สิ่งที่เราต้องการคือการทำเพื่อบราซิล” ประธานาธิบดีโบลโซนาโรปราศรัยต่อกลุ่มผู้ประท้วงซึ่งส่วนใหญ่ไม่สวมหน้ากากอนามัย

อย่างไรก็ตาม ผู้นำบราซิล ซึ่งมีอาการไอสลับไปมาระหว่างปราศรัย ไม่ได้ตอบสนองต่อการเรียกร้องของกลุ่มผู้ประท้วงที่จะให้กองทัพเข้ามาแทรกแซงหรือปิดรัฐสภา

“คุณต้องสู้เพื่อประเทศคุณเอง เชื่อใจประธานาธิบดีของคุณว่าจะทำสิ่งจำเป็นเพื่อรับประกันประชาธิปไตยและสิ่งที่เรารักที่สุดคือเสรีภาพ” นายโบลโซนารูกล่าว



เนติบัณฑิตยสภาบราซิลแสดงความคิดเห็นต่อกรณีนี้ว่า ถึงเวลาที่ผู้นิยมประชาธิปไตยต้องเป็นหนึ่งเพื่อเอาชนะความยากลำบากและความไม่ลงรอยในนามของสิ่งยิ่งใหญ่กว่าที่เรียกว่า “เสรีภาพ”

ส่วนผู้พิพากษาศาลสูงสุดบราซิลแสดงความหวาดกลัวที่กลุ่มผู้ประท้วงอยากให้ระบอบทหารกลับมาสู่บราซิลหลังเป็นประชาธิปไตยมา 30 ปี

นอกจากนี้ ชาวบราซิลไม่น้อยไม่พอใจที่ผู้นำบราซิลต่อต้านคำสั่งเก็บตัวอยู่ในบ้าน เนื่องจากห่วงว่า เศรษฐกิจเสียหายมากกว่าสุขภาพประชาชน และบอกมาตลอดว่า ไวรัสโคโรนาอันตรายน้อยกว่าไข้หวัด และเพิ่งปลดนายลูอิซ มันเดตตา รัฐมนตรีสาธารณสุข ที่สนับสนุนล็อกดาวน์ประเทศ

 

บราซิลมีผู้ติดเชื้อสูงสุดในละตินอเมริกา มากกว่า 38,000 คน และเสียชีวิตอย่างน้อย 2,400 ราย แต่ยังเป็นสัดส่วนต่ำต่อประชากรของประเทศ 211 ล้านคน คาดว่าการระบาดจะถึงจุดสูงสุดในเดือนพฤษภาคม